Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent มากกว่าเดิม 9 เท่า

Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent  มากกว่าเดิม 9 เท่า

คนใช้ฟีเจอร์ Unsent (ยกเลิกข้อความ) มากกว่าเดิมถึง 9 เท่าเลยทีเดียว! เปิดอินไซต์พฤติกรรมคนใช้แอปพลิเคชั่น LINE 2026 เมื่อ Gen Z เลิกส่งสติกเกอร์เพราะขี้เกรงใจ หันใช้อีโมจิแทน พร้อมชูโรดแมปผลักดันธุรกิจไทยด้วย Chat Commerce และ AI แบบล้ำๆ

SHORT CUT

  • Gen Z (อายุ 15-24 ปี) นิยมใช้อีโมจิรีแอคชันแทนการส่งสติกเกอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนรบกวนและเคารพความเป็นส่วนตัวของคู่สนทนา
  • พฤติกรรมนี้แตกต่างจากคน Gen Y ที่มักจะเลือกจบการสนทนาด้วยการส่งสติกเกอร์มากกว่า
  • นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้ LINE Premium มีสถิติการใช้ฟีเจอร์ Unsent หรือการยกเลิกข้อความ เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 9 เท่า

คนใช้ฟีเจอร์ Unsent (ยกเลิกข้อความ) มากกว่าเดิมถึง 9 เท่าเลยทีเดียว! เปิดอินไซต์พฤติกรรมคนใช้แอปพลิเคชั่น LINE 2026 เมื่อ Gen Z เลิกส่งสติกเกอร์เพราะขี้เกรงใจ หันใช้อีโมจิแทน พร้อมชูโรดแมปผลักดันธุรกิจไทยด้วย Chat Commerce และ AI แบบล้ำๆ

Character Marketing และอินไซต์ Gen Z

ในขณะที่การทำการตลาดผ่าน Character Marketing บน แอปพลิเคชั่น LINE ยังคงเป็นแนวทางเชื่อมต่อแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ไทยที่มีอิทธิพลต่อการใช้มือถือเป็นอย่างมาก  

ทั้งในรูปแบบ LINE Sponsored Stickers ที่พบว่า มียอดการใช้งานในไทยรวมกว่า 979 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา และในรูปแบบ LINE Sponsored Emoji ที่ครองใจกลุ่ม Gen Z ช่วงอายุ 15-24 ปี 

โดยแบรนด์นำร่องอย่าง Butterbear สามารถสร้างยอดดาวน์โหลดภายในเดือนเดียวเกิน 6 แสนครั้ง และอิโมจิถูกใช้งานภายใน 30 วันแรกถึงกว่า 2.6 ล้านครั้ง สะท้อนศักยภาพของสติกเกอร์และอีโมจิบน LINE ที่ยังคงเป็นเครื่องมือเชิงการตลาด เชื่อมต่อแบรนด์กับผู้ใช้ สร้างการมีส่วนร่วมผ่านไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งาน LINE Thailand Business Insight เผยว่า Gen Z  ช่วงอายุ 15-24 ปี เลือกใช้อีโมจิรีแอคชันเพื่อหลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนเด้งรบกวน คู่สนทนาด้วย  นี่อาจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนค่านิยมเคารพความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมากของคนกลุ่ม Gen Z 

ขณะที่คน Gen Y ชอบจบแชทด้วยสติกเกอร์ นอกจากนี้ เมื่อมีแพ็กเกจ LINE Premium พบสถิติคนใช้ฟีเจอร์ Unsent (ยกเลิกข้อความ) มากกว่าเดิมถึง 9 เท่าเลยทีเดียว 

Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent  มากกว่าเดิม 9 เท่า

ยกระดับ Chat Commerce ให้เป็นเครื่องมือทรงพลัง

เวลานี้ ทาง LINE เดินหน้าสู่ Trusted Platform โดยปี 2568 มียอดสนทนาบน LINE OA สูงถึง 12,000 ล้านครั้ง จึงเตรียมพัฒนา MyShop ใน 3 ด้านสำคัญ: 

1) Seller AI Automation ดึง AI ช่วยแอดมินปิดการขาย 
2) Customer Data Agent วิเคราะห์และจัดกลุ่มลูกค้า 
3) Return on Broadcast Spend ช่วยวิเคราะห์ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า พร้อมจ่อคิวเปิดตัวบริการ MyTeam ศูนย์รวมบริหารจัดการแอดมินภายในต้นปีหน้า

Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent  มากกว่าเดิม 9 เท่า
 

เสริมแกร่งธุรกิจผ่าน LINE Ecosystem และ IPX

ในส่วนของ ภาคธุรกิจอาหารตอบรับ LINE MINI Eats ดันยอดเปิดใช้โต 5 เท่า 

ขณะที่ LINE MINI App โต 3 เท่า ดึงผู้ใช้งานรายวันเพิ่ม 4 เท่า บริการ LINE Premium ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 3 ล้านคน ก็ช่วยเพิ่มยอดสั่งซื้อให้พาร์ทเนอร์ 30-50% นอกจากนี้ IPX (LINE FRIENDS) ที่มีคลังกว่า 250 คาแรกเตอร์ ยังสร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุ 200% ร่วมกับ Big C รวมถึงโปรเจกต์ G-DRAGON, NCT DREAM และ JOGUMAN ที่ครองใจคนรุ่นใหม่มากๆในเวลานี้ 

รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า "การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีช่องทางขายที่หลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของ Customer Journey รวมถึงการเข้าไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญ 

“ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ LINE ที่ก้าวจากแพลตฟอร์มการสื่อสาร สู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ โดย LINE พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Trusted Platform และ Trusted Partner ที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกดิจิทัล”

Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent  มากกว่าเดิม 9 เท่า
Gen Z ใช้อีโมจิรีแอคชันแทน หลีกเลี่ยงส่งสติกเกอร์ -คน Unsent  มากกว่าเดิม 9 เท่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related