Meta จ่าย 6.3 แสนล้าน ปิดคดีทำเด็กติดโซเชียล จำกัดใช้งาน 2 ชม./วัน

Meta จ่าย 6.3 แสนล้าน ปิดคดีทำเด็กติดโซเชียล จำกัดใช้งาน 2 ชม./วัน

Meta ยอมควัก 6.3 แสนล้าน ปิดคดีใหญ่ในสหรัฐ พร้อมสั่งคุมเข้มจำกัดเวลาเล่น Facebook และ Instagram ของวัยรุ่น ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

SHORT CUT

  • Meta ยอมจ่ายเงิน 6.3 แสนล้านบาท เพื่อยุติคดีในสหรัฐฯ จากข้อกล่าวหาว่าจงใจออกแบบฟีเจอร์ให้เด็กและเยาวชนเสพติดโซเชียล
  • ออกมาตรการจำกัดเวลาใช้งาน Facebook และ Instagram สำหรับเยาวชนในสหรัฐฯ (อายุ 13-17 ปี) รวมกันไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน
  • มีการควบคุมเพิ่มเติม โดยจะปิดการใช้งานช่วงเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า และปิดกั้นการแจ้งเตือนส่วนใหญ่ในเวลาเรียน
  • ปรับเปลี่ยนฟีเจอร์เพื่อลดปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซ่อนยอดไลก์เป็นค่าเริ่มต้น และแบนฟิลเตอร์ที่บิดเบือนใบหน้าอย่างสุดโต่ง

Meta ยอมควัก 6.3 แสนล้าน ปิดคดีใหญ่ในสหรัฐ พร้อมสั่งคุมเข้มจำกัดเวลาเล่น Facebook และ Instagram ของวัยรุ่น ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

กลายเป็นประเด็นสั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อ Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ได้ตกลงยอมจ่ายเงินมูลค่าสูงสุดถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6.3 แสนล้านบาท เพื่อยุติคดีความครั้งใหญ่หลังจากถูก 29 รัฐในสหรัฐอเมริการวมตัวกันยื่นฟ้องร้อง โดยรัฐต่างๆ กล่าวหาว่า Meta จงใจออกแบบฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มเพื่อดึงดูดให้เด็กและวัยรุ่นใช้งานอย่างต่อเนื่องจนเกิดอาการเสพติด และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

ฟีเจอร์ตัวร้ายที่ทำให้เด็ก 'ติดจอ'

ทางฝั่งโจทก์ชี้ว่าฟีเจอร์ยอดฮิตที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น "ฟีดข่าว" ที่เลื่อนดูได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด (Infinite Scroll) ระบบอัลกอริทึมที่คอยแนะนำเนื้อหาตามความชอบ รวมถึงการส่งแจ้งเตือนแบบรัวๆ คืออาวุธสำคัญที่ทำให้เยาวชนไม่สามารถวางมือถือได้

นอกจากนี้ Meta ยังถูกกล่าวหาว่าเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีไปใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งถือว่าละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของเด็ก (COPPA) ของสหรัฐฯ อีกด้วย

กฎเหล็กใหม่ 'คุมเวลา 2 ชั่วโมง'

จากข้อตกลงยุติคดีนี้ส่งผลให้ Meta ต้องปรับเปลี่ยนระบบการทำงานครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้วัยรุ่นอายุ 13-17 ปีในสหรัฐฯ โดยมาตรการหลักคือ การจำกัดเวลาใช้งาน Facebook และ Instagram รวมกันไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นทันที (ยกเว้นเวลาที่ใช้ส่งข้อความแชต Direct Message จะไม่ถูกนับรวม) โดยมีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่จะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนข้อจำกัดนี้ได้

Meta จ่าย 6.3 แสนล้าน ปิดคดีทำเด็กติดโซเชียล จำกัดใช้งาน 2 ชม./วัน

บล็อกเล่นกลางคืน-ห้ามกวนเวลาเรียน

ไม่เพียงแค่จำกัดชั่วโมงใช้งานเท่านั้น แพลตฟอร์มจะถูกตั้งค่าให้ ปิดใช้งานในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า (00.00 - 06.00 น.) เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กแอบเล่นเวลานอน และจะทำการ ปิดกั้นการแจ้งเตือนส่วนใหญ่ในช่วงเวลาเรียน (08.00 - 15.00 น.) เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของเด็ก นอกจากนี้ หากเด็กใช้งานติดต่อกันครบทุกๆ 15 นาที ระบบจะส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้เด็กหยุดพักสายตา

ซ่อนยอดไลก์-แบนฟิลเตอร์แต่งหน้าสุดโต่ง

เพื่อลดแรงกดดันทางสังคมและปัญหาสุขภาพจิต Meta จะทำการ ซ่อนจำนวนยอดไลก์ (Like) และยอดผู้แสดงปฏิกิริยาบนโพสต์ ของวัยรุ่นเป็นค่าเริ่มต้น พร้อมทั้งสั่งห้ามใช้ฟิลเตอร์แต่งภาพที่มีลักษณะบิดเบือนใบหน้าแบบสุดโต่ง วัยรุ่นยังสามารถเลือกปิดระบบเล่นวิดีโออัตโนมัติ (Autoplay) รวมถึงเลือกให้ฟีดแสดงผลตามเวลาจริงแทนการคัดสรรจากอัลกอริทึมได้อีกด้วย

คำแฉจากคนใน และคดีที่ยังไม่จบ

ความจริงข้อตกลงนี้เกือบจะทำให้มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องขึ้นให้การในชั้นศาล แต่คดียุติลงก่อนเพียงไม่กี่วัน ทว่าศาลได้รับฟังคำให้การของอดีตวิศวกรความปลอดภัยของ Instagram ที่ออกเปิดโปงว่า ผู้บริหารรับรู้ถึงปัญหาเด็กติดโซเชียลแต่กลับเพิกเฉย

อย่างไรก็ตาม การยอมจ่ายเงินครั้งนี้ไม่ได้แปลว่า Meta ยอมรับผิด และพวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับคดีความทำนองเดียวกันนี้อีกหลายพันคดีจากผู้เสียหาย ครอบครัว และสถาบันการศึกษาทั่วสหรัฐฯ

การยุติคดีระหว่างเมตากับรัฐต่างๆ ไม่ได้ทำให้คดีเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กทั้งหมดสิ้นสุดลง เมตา รวมถึงบริษัทอื่นอย่าง Google, TikTok และ Snapchat ยังเผชิญคดีอีกหลายร้อยถึงหลายพันคดีในศาลสหรัฐ จากบุคคล ครอบครัว โรงเรียน และหน่วยงานรัฐ

Meta จ่าย 6.3 แสนล้าน ปิดคดีทำเด็กติดโซเชียล จำกัดใช้งาน 2 ชม./วัน

เทรนด์โลกถึงไทย คุมเข้มเยาวชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับเทรนด์ทั่วโลกที่เริ่มตื่นตัว เช่น ออสเตรเลียที่แบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีห้ามมีบัญชีโซเชียลมีเดียเด็ดขาด ขณะที่ ประเทศไทยเองก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการออกกฎหมายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี โดย สสส. เปิดเผยข้อมูลว่าคนไทยใช้เน็ตเฉลี่ยเกือบ 8 ชั่วโมงต่อวัน และมีเด็กเล็กอายุ 0-2 ปี ถึง 72.6% ที่อยู่กับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลเสียต่อพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างน่าเป็นห่วง

ที่มา : bangkokbiznews 

related