ออสเตรเลียหวั่น พบ 4 แพลตฟอร์มเกม มีช่องโหว่ความปลอดภัยเด็ก

ออสเตรเลียหวั่น พบ 4 แพลตฟอร์มเกม มีช่องโหว่ความปลอดภัยเด็ก

หน่วยงานความปลอดภัยออนไลน์ออสเตรเลียเผย Steam, Roblox, Fortnite และ Minecraft มีช่องโหว่สำคัญในการปกป้องเยาวชนจากผู้ไม่ประสงค์ดีและเนื้อหาที่เป็นอันตราย

SHORT CUT

  • แพลตฟอร์มเกมชื่อดังอย่าง Steam, Roblox, Fortnite และ Minecraft ถูกพบว่ามีมาตรฐานการปกป้องเยาวชนที่ไม่รัดกุมเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงและคุกคามเด็กได้
  • ออสเตรเลียชี้ Steam ขาดเครื่องมือตรวจจับเนื้อหาอันตรายเชิงรุก ขณะที่ Minecraft และ Fortnite ยังปล่อยให้ผู้ใช้ระบุอายุเอง ทำให้เยาวชนเข้าถึงช่องแชทที่มีความเสี่ยงสูงได้ง่าย
  • การรับมือกับปัญหาเยาวชนกับแพลตฟอร์มเกม ยังเป็นไปแบบต่างคนต่างทำ บางบริษัทยังไม่ยอมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและไม่รายงานกรณีการทำผิดกฎร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ทำให้การแก้ปัญหาการล่วงละเมิดเด็กออนไลน์ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

หน่วยงานความปลอดภัยออนไลน์ออสเตรเลียเผย Steam, Roblox, Fortnite และ Minecraft มีช่องโหว่สำคัญในการปกป้องเยาวชนจากผู้ไม่ประสงค์ดีและเนื้อหาที่เป็นอันตราย

คณะกรรมการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ของออสเตรเลีย (eSafety) เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดซึ่งระบุว่า แพลตฟอร์มเกมยอดนิยมระดับโลก ได้แก่ Steam, Roblox, Fortnite และ Minecraft ยังคงมีช่องโหว่ในการบังคับใช้มาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนบนโลกออนไลน์

CREDIT : Steam

CREDIT : Roblox

CREDIT : Fortnite

CREDIT : Minecraft

 

รายงานดังกล่าวซึ่งรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2025 ถึงมีนาคม 2026 เน้นย้ำถึงความน่ากังวล เนื่องจากสถิติชี้ว่า 9 ใน 10 ของเด็กออสเตรเลียอายุ 8-17 ปี เล่นเกมออนไลน์ Julie Inman Grant ครรมาธิการ eSafety ระบุว่า

'เยาวชนมีสิทธิที่จะเล่นเกมโดยไม่ถูกคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดี ไม่ว่าจะเป็นการกรรโชกทางเพศ เนื้อหาที่มีความรุนแรงสุดโต่ง หรือการล่อลวงจากกลุ่มผู้ใหญ่'

 

ออสเตรเลีย จี้ 4 แพลตฟอร์มเกม หวั่นเป็นอันตรายต่อเด็ก

Valve (ผู้ให้บริการ Steam) เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ไม่ใช้เทคโนโลยีมาตรฐานอุตสาหกรรมในการตรวจจับและลบเนื้อหาอันตราย ขาดการใช้เครื่องมือเชิงรุกเพื่อตรวจจับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหรือความรุนแรงในช่องแชท โดยระบบปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การตรวจจับสแกมเมอร์เป็นหลัก

Roblox และ Steam ทั้งสองแพลตฟอร์มใช้เพียงฐานข้อมูลภายในเพื่อฝึกฝนระบบตรวจจับภาษา และไม่มีการอัปเดตหรือฝึกสอนโมเดลเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ แม้ Roblox จะออกมาระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานอายุน้อยเป็นอันดับแรกและเพิ่งยกระดับการยืนยันอายุไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

Minecraft และ Fortnite ยังคงพึ่งพาระบบที่ให้ผู้ใช้งาน 'ระบุอายุด้วยตนเอง' ซึ่งส่งผลให้ใครก็ตามที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ใหญ่ สามารถเข้าถึงฟีเจอร์การสื่อสารที่มีความเสี่ยงสูงได้

นอกจากนี้ รายงานยังตำหนิถึงความไม่สอดคล้องกันในการให้ความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม โดยแม้ผู้พัฒนา Minecraft (Mojang Studios) และ Roblox จะร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญในการต่อต้านการล่วงละเมิดเด็ก

แต่ Valve กลับไม่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ขณะที่ Epic Games (ผู้สร้าง Fortnite) ล้มเหลวในการแบ่งปันข้อมูลกรณีพบการละเมิดกฎให้กับแพลตฟอร์มอื่นๆ ภายใต้โครงการระดับโลก

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการจัดระเบียบโลกออนไลน์ หลังจากที่เพิ่งบังคับใช้กฎหมายแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา (ซึ่งไม่รวมถึงแพลตฟอร์มเกม) และกำลังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต้องมีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถปิดการทำงานของอัลกอริทึมได้

ที่มา : BBC

related