'เหตุกราดยิง-ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน' สะท้อนปัญหาเยาวชนไทย

'เหตุกราดยิง-ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน' สะท้อนปัญหาเยาวชนไทย

เหตุกราดยิงในรั้วโรงเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือกระจกเงาบานใหญ่ ที่สะท้อนรอยร้าวลึกของโครงสร้างสังคมไทย ชวนตั้งคำถามถึงปัญหาใหญ่ที่คนรุ่นใหม่ต้องพบเจอ

SHORT CUT

  • ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ยกระดับเป็นโศกนาฏกรรมได้ง่ายขึ้นเนื่องจากการเข้าถึงอาวุธที่หละหลวม สะท้อนถึงความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมาย ประกอบกับระบบการศึกษาในปัจจุบันที่อาจมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่าการดูแลและคัดกรองสุขภาพจิตของเด็ก
  • วัฒนธรรมการกลั่นแกล้งทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ที่ผู้ใหญ่มักมองข้ามและเพิกเฉยต่อการขอความช่วยเหลือ ผลักให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว ผนวกกับการซึมซับภาพความรุนแรงจากสื่อและสังคมรอบตัว ทำให้เยาวชนเกิดชุดความคิดที่ว่า การใช้ความรุนแรงคือวิธีแก้ปัญหาที่เด็ดขาดและรวดเร็วที่สุด
  • ผู้ก่อเหตุมักรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธหรือถูกกดทับ เมื่อภาวะซึมเศร้าและความคิดอยากฆ่าตัวตายผสมผสานกับความแค้น การก่อเหตุจึงกลายเป็นสภาวะ Homicide-Suicide เพื่อสร้าง 'เวทีสุดท้าย' ในการทวงคืนความยุติธรรมและจบชีวิตตนเอง

เหตุกราดยิงในรั้วโรงเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือกระจกเงาบานใหญ่ ที่สะท้อนรอยร้าวลึกของโครงสร้างสังคมไทย ชวนตั้งคำถามถึงปัญหาใหญ่ที่คนรุ่นใหม่ต้องพบเจอ

เหตุกราดยิงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความสูญเสียและคราบน้ำตา แต่ยังเป็นเสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนรอยร้าวลึกของโครงสร้างสังคมไทย และชวนให้เราต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังถึง 'วิกฤต' ที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญ

ในอดีต ความขัดแย้งของวัยรุ่นหรือนักเรียนมักจบลงที่ 'การชกต่อย' แต่ปัจจุบันด้วยการเข้าถึง 'อาวุธ' ทำให้ความขัดแย้งเล็กๆ สามารถยกระดับเป็นโศกนาฏกรรมได้ในเสี้ยววินาที

'เหตุกราดยิง-ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน' สะท้อนปัญหาเยาวชนไทย

นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาความรุนแรงของวัยรุ่น แต่เป็น 'ความล้มเหลวของการควบคุมอาวุธ' การปล่อยให้เด็กมัธยมสามารถครอบครองอาวุธได้ สะท้อนความหละหลวมของกฎหมายอย่างร้ายแรง

เราอาจต้องตั้งคำถามว่า โรงเรียนในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับ 'เกรดเฉลี่ย' มากกว่า 'สุขภาพจิต' ของเด็กไปแล้วหรือเปล่า

ผู้ที่ก่อเหตุมักมีลักษณะทางจิตวิทยาที่เรียกว่า 'Injustice Collector พวกเขาจะจดจำและฝังใจกับทุกเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ ถูกกลั่นแกล้ง ถูกเพิกเฉย หรือไม่ได้รับความยุติธรรม (ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและคิดไปเอง)

แทนที่จะปล่อยผ่าน พวกเขาจะเก็บสะสมความแค้นเหล่านี้ไว้จนกลายเป็นความเกลียดชังที่ฝังรากลึก การกราดยิงจึงไม่ใช่การทำร้ายคนที่เดินผ่านไปมาแบบสุ่มเสียทีเดียว แต่ในมุมมองของผู้ก่อเหตุ มันคือ 'การชำระแค้น' และ 'การทวงคืนความยุติธรรม' จากระบบหรือสังคมที่ทำร้ายเขาก่อน

ผู้ก่อเหตุจำนวนมากมีความรู้สึกไร้ค่า ซ้อนทับอยู่กับความหลงตัวเอง เมื่อพวกเขาถูกปฏิเสธจากสังคม ถูกล้อเลียน หรือล้มเหลวอย่างรุนแรง จะเกิดเป็น 'บาดแผล'

'เหตุกราดยิง-ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน' สะท้อนปัญหาเยาวชนไทย

จิตแพทย์พบว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงวัยรุ่นส่วนใหญ่อยู่ในภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงและ 'มีความคิดอยากฆ่าตัวตายอยู่ก่อนแล้ว' แต่ความสิ้นหวังนั้นได้ผสมผสานเข้ากับความโกรธแค้นต่อโลกภายนอก

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Homicide-Suicide ผู้ก่อเหตุมองว่าชีวิตตนเองพังทลายและไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป การก่อเหตุกราดยิงจึงเป็นเสมือน 'เวทีสุดท้าย' เพื่อจบชีวิตตนเองอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยการปลิดชีพตัวเองในตอนท้าย หรือการจงใจให้เจ้าหน้าที่วิสามัญ

วัฒนธรรมการกลั่นแกล้ง (Bullying) และ 'เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน'

ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ทั้งทางร่างกาย วาจา และโดยเฉพาะ Cyberbullying ในยุคนี้ ถือเป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเด็กคนหนึ่งอย่างช้าๆ

เมื่อผู้ถูกกระทำพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกผู้ใหญ่เพิกเฉย มองว่าเป็นเพียง 'เรื่องของเด็กเล่นกัน' หรือ 'เดี๋ยวก็ดีกันเอง' ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอยุติธรรมนี้ มักเป็นชนวนสำคัญที่ผลักให้พวกเขาเลือกวิธีศาลเตี้ยเพื่อทวงคืนอำนาจให้ตัวเอง

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า 'สังคม' มีส่วนหล่อหลอมวิธีแก้ปัญหาของเด็ก การที่พวกเขาเห็น 'ความรุนแรง' บนสื่อโซเชียลหรือข่าวสารทุกวัน ล้วนเป็นการค่อยๆ บ่มเพาะชุดความคิดที่ว่า 'ความรุนแรงคือทางออกที่รวดเร็วและเด็ดขาดที่สุด' ในการจบปัญหา 

หากเราวิเคราะห์แรงจูงใจเบื้องหลังเหตุการณ์ล่าสุดที่อาจเกิดจากการผิดใจหรือการแก้แค้นส่วนตัว ภาพที่ซ้อนทับขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ โศกนาฏกรรมที่สยามพารากอนเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ซึ่งผู้ก่อเหตุก็เป็นเด็กชายวัย 14 ปีเช่นเดียวกัน

ความบังเอิญของช่วงวัยนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด วัย 14 ปี ซึ่งควรเป็นวัยแห่งการค้นหาตัวตน กลับกลายเป็นช่วงวัยที่ 'เปราะบางที่สุด' เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันทางสังคม การกลั่นแกล้ง และความคาดหวัง

'เหตุกราดยิง-ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน' สะท้อนปัญหาเยาวชนไทย

เหตุการณ์ทั้งสองนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคือเป้าหมาย หรือแรงจูงใจคืออะไร แต่อยู่ที่ว่า 'ทำไมสังคมไทยจึงปล่อยให้เด็กที่วุฒิภาวะยังไม่เติบโตเต็มที่ สามารถหยิบยื่นความตายให้ผู้อื่นเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองได้?'

โศกนาฏกรรมล่าสุดในรั้วโรงเรียน จึงไม่ใช่พฤติกรรมเบี่ยงเบนของเด็กเพียงคนเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของสมการที่สังคมไทยร่วมกันเขียนขึ้นมา ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยุดมองปัญหาเป็นจุดๆ แล้วหันมารับฟัง 'เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน' ของเด็กๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำรอย

ที่มา : CBS NewspsychologytodaySF Gate

related