
SHORT CUT
จากคำถามว่า “ทางนี้รถผ่านได้ไหม?” ที่ต้องไล่หาภาพน้ำท่วมจากกลุ่มแชตหรือฟีดข่าว สู่เว็บไซต์รวมแผนที่ภาพน้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์ ช่วยเช็กเส้นทางน้ำท่วม จุดจอดรถฟรี และศูนย์พักพิง เปิดใช้ฟรี
ฝนตกหนักทีไร คนกรุงเทพฯ มักเจอคำถามเดิมก่อนออกจากบ้าน
“ทางนี้น้ำท่วมไหม?”
“รถยังผ่านได้หรือเปล่า?”
ปัญหาคือคำตอบมักกระจัดกระจายอยู่เต็มอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่กลุ่มแชต โพสต์บนโซเชียล ไปจนถึงภาพรายงานจากประชาชน ไม่รู้ภาพสถานการณ์เก่า อันไหนใหม่ บางครั้งกว่าจะรู้ว่าถนนข้างหน้ามีน้ำ ก็ขับรถเข้าไปถึงจุดนั้นแล้ว
คำถามง่าย ๆ นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์แผนที่น้ำท่วมแบบเรียลไทม์ 'ท่วมไหม' (TuamMai) พัฒนาโดย พลวัฒน์ ศิรจินดาภิรมย์ นิสิตชั้นปีที่ 2 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CSII)
ข้อมูลสภาพอากาศช่วยให้เรารู้ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาต้องเดินทาง สิ่งที่คนเมืองต้องตัดสินใจคือ ถนนเส้นไหนมีน้ำ รถผ่านได้หรือควรเลี่ยง
ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ มีข้อมูลจากประชาชนจำนวนมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาพแจ้งปัญหาผ่าน Traffy Fondue ซึ่งแต่ละรายงานมีทั้งภาพ ตำแหน่ง และเวลา
พลวัฒน์ จึงนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดวางบนแผนที่ เพื่อให้คนเห็นสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ได้ง่ายขึ้นก่อนออกเดินทาง
ช่วงที่น้ำท่วม ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าควรใช้เส้นทางไหนที่รถจะผ่านไปได้โดยไม่เสียหาย ทั้งที่กรุงเทพฯ มีภาพน้ำท่วมหลายพันภาพที่ประชาชนแจ้งผ่าน Traffy Fondue แต่ละภาพมีทั้งตำแหน่งและเวลา แต่ยังไม่มีใครนำมาวางบนแผนที่ให้ทุกคนเห็น
แนวคิดของ 'ท่วมไหม' จึงตรงไปตรงมา คือเอาข้อมูลที่มีอยู่แล้วมาทำให้คนใช้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
หนึ่งในฟีเจอร์หลักของเว็บไซต์ 'ท่วมไหม' คือ แผนที่ภาพน้ำท่วมแบบสด ซึ่งนำข้อมูลน้ำท่วมจาก Traffy Fondue มาแสดงตามตำแหน่งที่เกิดเหตุ ผู้ใช้สามารถกดดูภาพจริง พร้อมเวลา ที่อยู่ และข้อความจากผู้แจ้ง รวมถึงกรองข้อมูลตามเขตหรือช่วงเวลาได้
อีกฟีเจอร์ที่มีประโยชน์สำหรับคนเดินทางคือ การนำทางเลี่ยงน้ำท่วม
เมื่อระบุจุดหมาย ระบบจะแสดงจุดที่มีรายงานน้ำท่วมตามเส้นทาง พร้อมช่วยหาเส้นทางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้ประเมินสถานการณ์ก่อนขับรถออกไปเจอน้ำกลางทาง
ข้อมูลบน 'ท่วมไหม' ไม่ได้มาจากระบบของกรุงเทพมหานครเพียงทางเดียว ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถช่วยรายงานสถานการณ์ได้ด้วย
ขั้นตอนใช้เวลาประมาณ 20 วินาที ผู้ใช้ถ่ายภาพจากกล้อง ระบุระดับความลึกของน้ำ และแจ้งว่ารถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือคนเดินสามารถผ่านได้หรือไม่ ข้อมูลจากคนที่อยู่หน้างานจึงสามารถกลับไปช่วยคนอีกกลุ่มที่กำลังตัดสินใจว่าจะเดินทางผ่านพื้นที่เดียวกันหรือไม่
ระบบกำหนดให้ถ่ายภาพจากกล้องในขณะนั้น และไม่เปิดให้อัปโหลดภาพจากคลังภาพ เพื่อลดโอกาสที่ภาพเก่าหรือภาพจากพื้นที่อื่นจะถูกนำมารายงานเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน
ในช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปัญหาอีกอย่างคือการหาพื้นที่ย้ายรถขึ้นที่สูง 'ท่วมไหม' จึงรวบรวม จุดจอดรถฟรี จากหน่วยงานและห้างสรรพสินค้าที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชน รวมถึง ศูนย์พักพิงชั่วคราว ของกรุงเทพมหานคร แต่ละจุดมีรายละเอียด เช่น ความจุ เวลาเปิด ผู้ดูแล เบอร์โทรศัพท์ และปุ่มนำทางผ่าน Google Maps พร้อมอ้างอิงประกาศจากต้นทาง
เว็บไซต์ยังมีแท็บฉุกเฉิน รวมหมายเลขสำคัญ เช่น ตำรวจ ดับเพลิงและกู้ภัย การแพทย์ฉุกเฉิน ศูนย์เอราวัณ สายด่วนกรุงเทพมหานคร 1555 และสายด่วนภัยพิบัติ เพื่อให้โทรออกได้จากหน้าเว็บไซต์
เว็บไซต์ 'ท่วมไหม' เปิดผ่านเบราว์เซอร์บนมือถือได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งแอป รองรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และไม่ต้องสมัครสมาชิก เปิดให้ใช้ฟรีตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 และมีผู้เข้าใช้งานมากกว่า 20,000 ครั้งภายใน 48 ชั่วโมงแรก
ตามข้อมูลจากผู้พัฒนา เว็บไซต์ไม่มีระบบติดตามผู้ใช้ ส่วนข้อมูลตำแหน่งจะอยู่บนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เว้นแต่เจ้าตัวเลือกส่งภาพรายงานเข้าสู่ระบบ
พลวัฒน์บอกถึงเป้าหมายของโครงการไว้ว่า เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ คืออยากให้คนรู้สถานการณ์ก่อนขับรถออกจากบ้าน โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักที่สภาพถนนเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
“สามารถช่วยให้คนแค่คนเดียวไม่ต้องขับรถลงไปในน้ำที่มองไม่เห็นก็คุ้มแล้ว”
จากข้อมูลน้ำท่วมที่เคยกระจายอยู่หลายช่องทาง เว็บไซต์ 'ท่วมไหม' นำมารวมไว้บนแผนที่ เพื่อให้คนเช็กภาพล่าสุด ดูเส้นทาง และตัดสินใจได้ว่าถนนข้างหน้าควรไปต่อหรือเลี่ยงไปทางอื่น โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปหรือสมัครสมาชิก