
SHORT CUT
ก้าวสำคัญวงการอวกาศไทย! NARIT ร่วมกับภาคีฯ ทบทวนแบบดาวเทียม TSC-1 ฝีมือคนไทย เตรียมเข้าสู่การผลิตจริง พร้อมลุยปฏิบัติภารกิจในอวกาศอีก 2 ปีข้างหน้า
วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ภายใต้ โครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium: TSC) ได้จัดประชุมทบทวนและตรวจสอบแบบดาวเทียม TSC-1 (Critical Design Review: CDR) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งขั้นตอน CDR นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการออกแบบบนหน้ากระดาษและแบบจำลองทางวิศวกรรม ไปสู่การเตรียมสร้างดาวเทียมตัวจริงที่จะได้ออกไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศจริงในอีกไม่ช้า
การประชุมตรวจสอบแบบดาวเทียมในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมี ศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (บพข.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอวกาศระดับโลกอย่าง ศาสตราจารย์ Shinichi Nakasuka จากมหาวิทยาลัยริทสึเมคัง (Ritsumeikan University) ประเทศญี่ปุ่น และ ศาสตราจารย์ Zongxuan Li ผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์จากสถาบัน CIOMP ประเทศจีน มาร่วมซักถาม ให้ข้อแนะนำ และทบทวนความพร้อมด้านวิศวกรรมอย่างละเอียด
ในการประเมินครั้งนี้ ทีมวิศวกรไทยได้นำเสนอการทำงานของระบบย่อยสำคัญทั้ง 9 ระบบของดาวเทียม TSC-1 ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย:
สำหรับภารกิจสำคัญของดาวเทียม TSC-1 จะเน้นการใช้งานอุปกรณ์หลัก 2 ส่วน ได้แก่ ระบบถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม ซึ่งช่วยในการบันทึกภาพรายละเอียดสูงสำหรับสำรวจทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ ระบบตรวจวัดสภาวะอวกาศ ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมในชั้นอวกาศรอบโลก ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินในประเทศไทยเพื่อใช้วิเคราะห์และเป็นประโยชน์แก่ประเทศต่อไป
นอกจากฟังบรรยายแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบและประกอบดาวเทียม (Clean Room) และรับชมการสาธิตการทำงานผ่านห้องควบคุมสถานีภาคพื้นดิน (Mission Ground Control) โดยมีการจำลองสถานการณ์จริง ตั้งแต่ขั้นตอนที่ดาวเทียมแยกตัวออกจากจรวดส่ง การตรวจเช็กสถานะตัวเรือน การสั่งกางแผงโซลาร์เซลล์เพื่อรับพลังงาน การเริ่มเก็บข้อมูลบันทึกภาพและวัดสภาวะอวกาศ จนถึงการส่งสัญญาณข้อมูลกลับมายังพื้นดิน ซึ่งผลการจำลองพบว่าระบบทำงานได้ราบรื่นเป็นอย่างดี
โครงการดาวเทียม TSC-1 ไม่ใช่ผลงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดจากการประสานพลังของภาคีความร่วมมืออวกาศไทย ทั้งสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เช่น สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน, มจพ., มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.), สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ สวทช. ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ
ก้าวต่อไปหลังจากจบการประชุม CDR ทีมวิศวกรไทยจะนำข้อเสนอแนะและผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญไปปรับแต่งแบบดาวเทียมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาปรับปรุงประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการผลิต ประกอบ และทดสอบดาวเทียมตัวจริง (Flight Model) เพื่อเตรียมพร้อมทะยานขึ้นสู่อวกาศภายในอีก 2 ปีข้างหน้า (หรือราวปี พ.ศ. 2570)
การพัฒนาดาวเทียม TSC-1 ด้วยฝีมือคนไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเรียนรู้และการสั่งสมประสบการณ์ด้านวิศวกรรมระบบดาวเทียมอย่างแท้จริง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีดาวเทียมสำรวจเป็นของตัวเอง แต่ยังเป็นรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรม รวมถึงสร้างบุคลากรและเทคโนโลยีอวกาศแห่งอนาคตให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน