
SHORT CUT
หุ้นเทคโนโลยีและ AI เริ่มดีดตัวกลับ หลังเจอมรสุมเทขายทิ้งจนมูลค่าหายไปหลายล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งช่วยพยุงความเชื่อมั่น
หุ้น AI และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปหลายล้านล้านดอลลาร์
โดยดัชนี Nasdaq ซึ่งอัดแน่นไปด้วยหุ้นเทคโนโลยี ปิดตลาดในแดนบวกที่ 1.1% ตีตื้นขึ้นมาบางส่วนหลังจากที่ร่วงลงไปถึง 5.5% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.3% ส่วน Dow Jones ปิดลบเล็กน้อยที่ 0.4%
ทางด้านบริษัทที่สูญเสียมูลค่าตลาดไปมหาศาลก่อนหน้านี้ เช่น Nvidia, SpaceX และ Tesla ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในวันศุกร์ที่ผ่านมา
การเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น และทำให้การพัฒนา AI รวมถึงศูนย์ข้อมูลต้องชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำจุดยืนสนับสนุนเทคโนโลยี 'Super Intelligence' โดยกล่าวว่ามีเพียงผู้นำที่โง่เขลาเท่านั้นที่จะปฏิเสธความมั่งคั่งที่เทคโนโลยีนี้มอบให้
ในขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เริ่มทรงตัว ตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปกลับได้รับผลกระทบที่หนักหน่วงกว่า ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลง 6% โดยมีหุ้นของ SK Hynix ดิ่งลงกว่า 10%
เช่นเดียวกับตลาดหลักในเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปนที่ปิดลบ ส่วนดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรปรับตัวลดลง 1.01% ท่ามกลางการประเมินสถานการณ์เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ
Pierre Baqué ซีอีโอของ Neural Concept ระบุว่า การปรับฐานของหุ้นถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมต้องก้าวข้ามการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้การควบคุม และหันมาแสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยคลายความกังวลของตลาดคือ ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 165,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.1%
ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมของเศรษฐกิจที่แท้จริงยังคงแข็งแกร่ง และช่วยลดทอนความกลัวของนักลงทุนลงได้
ที่มา : BBC