AQUA ยืนยัน พื้นฐานธุรกิจมั่นคง

16 ม.ค. 2561 เวลา 8:38 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th -16 ม.ค. 61- บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA โดยนายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ยืนยันพื้นฐานธุรกิจของทุกกลุ่มธุรกิจยังมั่นคง มีอัตราการเจริญเติบโตที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศ โดยในส่วนของธุรกิจสื่อซึ่งมีบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจป้ายโฆษณาอยู่ 3 แห่ง ซึ่งจะทำทั้งป้ายนิ่งและจอ LED ในปี 2561 จะมีการลงทุนใหม่ ปรับปรุงจอเดิม และการขยายตลาดในรูปของเครือข่ายจอ LED อีก 50 จอ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพื่อรองรับเม็ดเงินโฆษณาที่ผันมายังสื่อนอกบ้าน (Out of Home Media) เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯได้เตรียมความพร้อมในทุกๆด้านเพื่อที่จะสนับสนุนการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น ในปัจจุบันการให้เช่าบริการสื่อป้ายโฆษณา ถือเป็นธุรกิจและสร้างรายได้หลักให้แก่บริษัทฯ [caption id="attachment_180613" align="aligncenter" width="855"] ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร[/caption] นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริษัทย่อยลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่าและบริการ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง (Fixed Income) ให้แก่บริษัทได้ในระยะยาว ในนาม บจ. มันตรา แอสเซ็ท (MANTRA) ดำเนินกิจการศูนย์ฟื้นฟู “เดอะ เคบิน เชียงใหม่” ให้บริการบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยในด้านต่างๆ, กิจการคลังสินค้าให้เช่าและบริการคือ บจ. ไทยคอนซูมเมอร์ ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (TCDC) และบจ. แอ๊คคอมพลิช เวย์ โฮลดิ้ง (AWH) ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการถึง 125,000 ตารางเมตร และมีสัญญาเช่าในระยะยาวจากกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่เต็มพื้นที่, ส่วนการลงทุนในหมวดสื่อสิ่งพิมพ์และพลังงานในบริษัทร่วม บมจ. โรงพิมพ์ ตะวันออก (EPCO) ก็เริ่มรับรู้รายได้จากการร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Co-generation) รวม 360 เมกกะวัตต์ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2560 นอกจากนี้ การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น อีก 45 เมกกะวัตต์ ก็เริ่มทะยอยจ่ายไฟฟ้าแล้ว และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟได้ครบทุกโรงภายในปี 2562 ล่าสุดในไตรมาสที่ 3/2560 บริษัทฯมีผลกำไรสุทธิ 64.093 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 จำนวน 17.395 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 37.35 ในขณะที่งบการเงินรวมในรอบ 9 เดือน ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 225.392 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 จำนวน 7.42 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 3.40

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด