เศรษฐกิจ

หมอธี ถามหา “จริยธรรม” เปิดช่อง ร.ร. เอกชนเข้าตลาดหุ้น

“หมอธี” สั่ง สช. ร่อนหนังสือถึง ก.ล.ต. ค้าน SISB เข้าตลาดหุ้นสมาคม ร.ร.นานาชาติ หนุน จี้! ให้นึกถึงจริยธรรมมากกว่ากำไร

วานนี้(28พ.ย.) มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการไปยัง นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ สช. ให้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อคัดค้านและแสดงความห่วงใยในกรณีที่โรงเรียนานาชาติเอสไอเอสบี (SISB) เตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ (29 พ.ย.)

ว่า ตามกฎหมายในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 นั้น ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่เรื่องดังกล่าวจะพิจารณาเฉพาะกฎหมายไม่ได้ต้องดูเรื่องจริยธรรมว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบฝ่ายกฎหมายให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะใจตนนั้น มองว่าถ้าเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องเสียภาษี และไประดมทุน เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น และไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่


ยิ่งในธุรกิจนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา การจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำไปเพื่ออะไรหากไม่ต้องการกำไร อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สามารถยุติบริษัทดังกล่าวไม่ให้นำโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทันที แต่จะพยายามทำในส่วนที่ตนมีอำนาจสามารถทำได้

ทั้งนี้หากบริษัทนี้ทำสำเร็จ บริษัทอื่นอาจจะทำตามหรือไม่ คิดว่าต้องมาศึกษาข้อกฎหมายให้ดี ต้องดูว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งในอดีตมีบริษัทเอกชนที่จะทำแบบนี้หรือไม่ และหากทำไม่สำเร็จก็ต้องมาดูว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากเรื่องนี้ถ้าเป็นบริษัททั่วไปอยู่หรือไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ต้องเสียภาษี แต่บริษัทที่เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนจะไม่เสียภาษีตามนโยบายของรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี เพราะถือเป็นการจัดการศึกษา ดังนั้น หากบริษัท และโรงเรียนเอกชนได้กำไรมากขึ้น เป็นแบบนี้อาจจะเข้าข่ายธุรกิจการศึกษา

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ สช. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” สั้น ๆ ว่า “ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับ ก.ล.ต. ว่า จะมีช่องทางไหนได้บ้าง ในกรณีโรงเรียนนานาชาติเอสไอเอสบีจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ จึงยังขอไม่ให้รายละเอียดในตอนนี้ เพราะอยู่ระหว่างการประสาน”

ด้าน นางอุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAT) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการหารือกับโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมฯ เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่เห็นด้วยที่โรงเรียนนานาชาติจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะในเรื่องของจริยธรรมในการจัดการศึกษา ซึ่งสมาคมมีปรัชญาร่วมกันที่เน้นเรื่องคุณภาพการศึกษาที่นักเรียนจะได้รับ ซึ่งธุรกิจการศึกษาไม่ใช่ธุรกิจที่จะไประดมทุนอย่างหนึ่งอย่างใด ไม่ต้องการเห็นการนำผลประกอบการมานำเรื่องการจัดการศึกษาให้กับนักเรียน

“ถ้าพูดถึงเรื่องจริยธรรม ไม่ใช่เลย อย่างที่เรามีวัตถุประสงค์ของเรา ซึ่งจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญมาก การทำเชิงธุรกิจมานำ มันไม่ใช่ การศึกษาเป็นเรื่องด้านสังคมในการพัฒนาคุณภาพของเด็กนักเรียน ซึ่งสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยยึดแนวทางนี้มาโดยตลอด การได้มาซึ่งงบประมาณในการบริหารจัดการโรงเรียนก็ได้มาจากหลายช่องทาง โดยเฉพาะค่าอัตราธรรมเนียมการเรียนก็มีอยู่แล้ว ก็เป็นการบริหารของแต่ละโรงเรียน ว่า จะทำอย่างไรให้ได้มีควาาสมดุลกับคุณภาพ ไม่ให้คุณภาพลดลง เราจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้ Business มานำหน้าการศึกษาของประเทศ” นางอุษา กล่าว

นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติฯ กล่าวอีกว่า การทำธุรกิจแน่นอนย่อมหวังผลกำไร แต่เราควรมีปรัชญาและพันธกิจด้วย ต้องมีความทุ่มเทในฐานะที่เป็นครูอาจารย์ เป็นนักการศึกษา ที่จะทำอย่างไรให้นักเรียนมีคุณภาพมากกว่า จึงมีความห่วงใย ว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้บริโภค จะเป็นในลักษณะที่ไม่ควรจะเป็น และเมื่อมีบรรทัดฐานโรงเรียนที่ 1 สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็จะมีโรงเรียนอื่น ๆ เห็นว่า เข้าไประดมทุนก็จะเข้าตามไปด้วย เพราะจะเป็นการเปลี่ยนเป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ นักเรียน เป็นผลกำไรและผู้ถือหุ้นมากกว่า เพราะต้องทำให้ได้กำไรจากหุ้น แต่กำไรของการจัดการศึกษาต้องดูว่า เด็กจะได้รับอะไรมากกว่า มันคือ ความภาคภูมิใจของนักการศึกษาที่จะมองตรงนี้มากกว่า”

“ได้พูดคุยกับ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็แสดงความห่วงใยและเห็นด้วยในเรื่องนี้ รวมทั้งเลขาธิการ สช. ประสานแสดงความห่วงใยเรื่องนี้มาที่สมาคมฯ ด้วยเช่นกัน เพราะวันนี้ (29 พ.ย.) จะมีการเปิดให้เริ่มระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ซึ่ง สช. ไม่ควรอ้างว่า กฎหมายอนุญาตมีช่องให้ทำได้ แต่สมาคมฯ ย้อนถามว่า แม้กฎหมายจะให้ทำได้ แต่สมควรที่จะทำหรือไม่ และทราบว่า สช. จะทำหนังสือไปถึง ก.ล.ต. ให้พิจารณาและทบทวนในเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่ทราบในรายละเอียดเช่นกัน แต่ย้ำว่า การศึกษาไม่ใช่ธุรกิจทั่วไป สมควรจะทำหรือเปล่า ต้องแยกแยะให้ถูก ซึ่งสมาคมฯ ก็ขอให้ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วย”