
SHORT CUT
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปราบ ‘นิติบุคคลต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทย’ ต่อเนื่อง พร้อมเตือนคนไทยอย่าให้ความช่วยเหลือธุรกิจกลุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ย้ำชัด!! มีโทษหนัก
ท่ามกลางกระแสการลงทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจจำนวนไม่น้อยเข้ามาสร้างเม็ดเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายลักลอบดำเนินธุรกิจโดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ใช้ “นอมินี” คนไทยถือครองกิจการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการถือหุ้นและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
พฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงบิดเบือนกลไกการแข่งขันทางการค้า แต่ยังส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลในแต่ละปี ที่สำคัญคือมีคนไทยบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นแทนหรือผู้เอื้อประโยชน์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือหวังผลตอบแทน สถานการณ์นี้ทำให้ภาครัฐต้องเร่งเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการลงทุนของไทยในระยะยาว
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้า “ลุยนอมินี” เต็มรูปแบบ หลังพบสัญญาณธุรกิจต่างด้าวฝ่าฝืนกฎหมายพุ่ง พร้อมส่งสัญญาณเตือนแรงถึงคนไทย “อย่าเข้าไปมีส่วนร่วม” เสี่ยงโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ ย้ำจุดยืนรัฐเอาจริง ปกป้องเศรษฐกิจไทยจากการแทรกซึมของธุรกิจผิดกฎหมาย
‘พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์’ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุก ตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัยทั่วประเทศ หลังพบพฤติการณ์คนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 และลักลอบดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจน
เบื้องต้นจากการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ พบ “นิติบุคคลต่างด้าวกลุ่มเสี่ยง” ถึง 6,551 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญ ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบความผิดจะดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น
ทั้งนี้ กฎหมายได้กำหนดกรอบการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติผ่าน “3 บัญชีท้าย” ซึ่งแบ่งระดับข้อจำกัดไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ บัญชีที่ 1 ธุรกิจต้องห้ามโดยเด็ดขาด เช่น ภาคเกษตร ประมง และการถือครองที่ดิน บัญชีที่ 2 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรี และบัญชีที่ 3 ธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน เช่น ค้าปลีก ค้าส่ง ท่องเที่ยว และโรงแรม ซึ่งต้องขออนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำเตือนว่า ไม่เพียงผู้ประกอบการต่างชาติที่กระทำผิดเท่านั้น แต่ “คนไทยที่ให้ความช่วยเหลือ” ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้นแทน หรือรู้เห็นเป็นใจ ก็อาจเข้าข่ายความผิดในฐานะผู้ร่วมกระทำผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในระยะต่อไป กรมฯ จะเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยง พร้อมเปิดรับข้อมูลจากประชาชน เพื่อร่วมกันสกัดธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างความโปร่งใส และรักษาความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน