ข่าว เศรษฐกิจ

เนชั่นคืนช่อง 26 เตรียมก้าวสู่คอนเทนท์โพรไวเดอร์เต็มตัว

สำหรับเครือเนชั่นกรุ๊ป ได้ยื่นหนังสือกับ กสทช.ขอคืนช่องสปริง 26 แก้ปัญหาขาดทุนสะสมและลดภาระหนี้สิน พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางธุรกิจด้านข่าวสารต่อไปอย่างเต็มตัว

นาย สมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติคืนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ดิจิตอล ช่อง 26 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งขาติ หรือ กสทช. ตามประกาศ ม.44 ที่ให้โอกาส เอกชน คืนใบอนุญาตที่ประมูลมาได้ โดยได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 10 พ.ค. 2562

คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า การถือใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ไว้ถึง 2 ช่อง คือช่อง 22 ผ่านบริษัทเนชั่น บรอดคาสติ้ง จำกัด (มหาชน) และช่อง 26 ผ่านบริษัท สปริง 26 ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการประกอบการของบริษัทซึ่งเป็นองค์กรข่าวแต่อย่างใด จึงตัดสินใจคืนใบอนุญาต ช่อง 26 ซึ่งเป็นช่อง วาไรตี้ที่กลุ่มบริษัทไม่ได้มีความรู้ความชำนาญอย่างแท้จริง

เหตุผลความจำเป็นในการคืนใบอนุญาต ทีวีดิจิตอล ช่อง 26 เนื่องจากการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ผิดพลาดของอดีตผู้บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เมื่อปี 2557 ในการเข้าประมูลโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ถึง 2ช่อง โดยเฉพาะการไปประมูลช่อง วาไรตี้ (26) ที่มีมูลค่าสูงถึง 2,200 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีความชำนาญในการดำเนินงานเนื้อหา ด้านวาไรตี้ สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์การทำงานของผู้บริหารในอดีต

นายสมชาย กล่าวว่า ผลประกอบการตั้งแต่การประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ ดิจิตอล ช่อง 26 ในนามบริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม NMG ตั้งแต่ปี 2557-2561 รวมขาดทุนทั้งสิ้นกว่า 2,400 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะของกลุ่ม NMG ขาดทุนมาตลอด จนมีภาระหนี้สินจำนวนมาก รวมทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งในการตกแต่งตัวเลขทางบัญชี ที่ทำให้เกิดรายได้ค้างรับที่ไม่เป็นจริงของกลุ่มสูงถึง 690 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ อดีตผู้บริหารต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.)รวมทั้งฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยแล้ว

นอกจากนี้ในการดำเนินงานช่อง 26 ยังมีการลงทุน ค่อนข้างสูงและขาดความโปร่งใส ในการจัดซื้อ ลิขสิทธิ์ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจน การจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จนทำให้บริษัทสูญเสียเงินลงทุนไปจำนวนมาก

ขณะเดียวกันวันนี้ ผู้บริหารช่องสปริง 26 ได้ประชุมชี้แจงกับพนักงานในบริษัท ให้รับทราบถึงการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร และทิศทางขององค์กร ที่ยังไม่มีการปิดกิจการ แต่จะยังเดินหน้าต่อไป

โดยนาย ฉัตรชัย ตะวันธรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสปริง 26 จำกัด เปิดเผยว่า นับจากนี้บริษัทจะเดินหน้าขยายธุรกิจข่าวเป็นคอนเทนท์ไพรไวเดอร์อย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้ทำงานได้อย่างคล่องตัวขึ้น และนำเสนอคอนเทนท์ในช่องทางสื่อทุกแพลตฟอร์ม โดยให้ความสำคัญกับช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก รวมไปถึงการผลิตรายการข่าวทางสื่อโทรทัศน์ในกลุ่มพันธมิตร เช่น ช่อง 22 และอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมแผนธุรกิจสื่อ และการลงทุนด้านคอนเทนท์ในทุกแพลตฟอร์ม รวมทั้งปรับโครงสร้าง หรือรีเอนจิเนียริ่งองค์กร เพื่อรองรับยุทธศาตร์ใหม่ โดยไม่มีการปลดพนักงานจากการคืนไลเซนท์ช่องทีวี 26 และในสัปดาห์หน้า จะมีความชัดเจนเรื่องแผนการเยียวยาคนดู ที่จะเสนอให้ กสทช.พิจารณาด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน