ข่าว

สายหวาน จุก! น้ำอัดลม “โค้ก-เป๊ปซี่-น้ำสี” ขึ้นราคาขวดละ 2-3 บาท ดีเดย์ 1 ส.ค.

ผู้บริโภคเตรียมควักเงินจ่ายเพิ่มน้ำอัดลม โค้ก-เป๊ปซี่ รวมถึงน้ำสีต่าง ๆ จะมีการปรับราคาขึ้นขวดละ 2-3 บาท ดีเดย์ 1 ส.ค. นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีกรมสรรพสามิตประกาศขึ้นภาษีความหวาน

กรณีกรมสรรพสามิตประกาศขึ้นภาษีความหวานเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ส่งผลให้มีการปรับราคาขายปลีกน้ำอัดลม อาทิโค้กขวดแก้วขนาด 185 มิลลิลิตร (มล.) ปรับขึ้นจากเดิม 5 บาท เป็น 7 บาท ส่วนขวดขนาด 1 ลิตร ปรับขึ้นจากเดิม 17 บาท เป็น 20 บาท ในขณะที่ขวดขนาด 280 มล. และขนาด 422 มล. ยังไม่ปรับขึ้นราคา

จากการสำรวจ ขณะนี้ร้านค้าปลีก และร้านโชห่วยทั่วประเทศ ได้แจ้งปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มน้ำอัดลมสองยี่ห้อดังทั้ง “โค้ก” และ “เป๊ปซี่” สูตรมีน้ำตาลแบบดั้งเดิม เฉลี่ยขวดละ 2-3 บาท โดยให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นภาษีความหวานของกรมสรรพสามิตรอบสองที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้

โดยโค้กและเป๊ปซี่ขวดพลาสติกใสขนาด 330 มล. ปรับขึ้นจากเดิม 10 บาท เป็น 12 บาท ส่วนขวดขนาด 450 มล. ปรับขึ้นจากเดิม 12 บาท เป็น 15 บาท และขวดขนาด 590 มล. ปรับขึ้นจากเดิม 15 บาท เป็น 17 บาท ยกเว้นขนาด 1.2 ลิตร ที่ยังจำหน่ายอยู่ในราคา 30 บาทเท่าเดิม เช่นเดียวกับน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลซึ่งยังขายราคาเท่าเดิมทั้งขวดขนาด 330 มล. ขายราคา 10 บาท และขวดขนาด 450 มล. ขายราคา 12 บาท

สำหรับเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่เป็นน้ำสี อาทิ แฟนต้ารวมถึงสไปรท์ บรรจุขวดพลาสติกใสขนาด 330 มล. มีการปรับขึ้นจากเดิม 10 บาท เป็น 12 บาท ส่วนขวดขนาด 450 มล. ปรับขึ้นจากเดิม 12 บาท เป็น 15 บาท และน้ำมะนาวโซดา ขนาด 400 มล. ปรับขึ้นจากเดิม 15 บาท เป็น 17 บาท ในขณะที่น้ำอัดลมยี่ห้อ “มิรินด้า” และ “เอส” ทั้งน้ำดำและน้ำสีจากการสำรวจตามร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น-อี เลฟเว่น” พบว่ายังคงไม่ปรับขึ้นราคา เนื่องจากสินค้าที่ตั้งวางยังคงเป็นของที่อยู่ในสต๊อกเดิม

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับราคาขึ้นของเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมไม่ต้องขออนุมัติจากกรมการค้าภายใน เพียงแต่ผู้ประกอบการต้องแจ้งการปรับขึ้นราคาและเหตุผลมายังกรมให้รับทราบเท่านั้น เพราะสินค้าประเภทนี้ไม่ใช่สินค้าควบคุมแต่เป็นเพียงสินค้าที่อยู่ในบัญชีต้องติดตามเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีร้านค้ากักตุนและปฏิเสธการขายในช่วงนี้เพื่อจะนำไปขายหลังปรับราคาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ จะถือว่ามีความผิด ซึ่งมีโทษสูง จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ