ส่องแคมเปญรัฐกระตุ้นศก. มาถึงตอนนี้ เป็นไงไหนดูซิ !

21 ต.ค. 2563 เวลา 10:43 น.

แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมีมากมาย หลังเจอโควิด- 19 พ่นพิษใส่เต็ม ๆ แคมเปญที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย วันนี้จะพาไปส่องแคมเปญทั้งเก่า และใหม่ว่าเป็นอย่างไร

แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมีมากมาย หลังเจอโควิด- 19 พ่นพิษใส่เต็ม ๆ แคมเปญที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย วันนี้จะพาไปส่องแคมเปญทั้งเก่า และใหม่ว่าเป็นอย่างไร

ปัจจัยลบที่สำคัญที่มีอนุภาคทำลายล้างเศรษฐกิจไทยให้มาถึงจุดต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี ไม่บอกก็ต้องรู้กันอยู่แก่ใจว่า คือ โควิด- 19 เสมือนดั่งมัจจุราชร้ายตัวทำลายร้าง ไม่เพียงเท่านี้ในปัจจุบันยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบการชุมนุมทางการเมืองมาซ้ำเติมอีก ทำให้เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้เหมือนกำลังเมาหมัด

แนวทางการแก้ไขปัญหารัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้เป็นการเร่งด่วนผ่านสารพัดโครงการเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นคืนชีพกลับมาให้ได้อีกครั้ง ซึ่งโครงการที่โดดเด่นเห็นได้ชัด คือ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการกำลังใจ โครงการเราเที่ยวไปด้วยกัน โครงการเที่ยวปันสุข โครงการคนละครึ่งทาง โครงการช็อปดีมีคืน เป็นต้น

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าบางโครงการก็ผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้ว บางโครงการก็เพิ่งเริ่ม วันนี้จะพาไปส่องดูแต่ละโครงการว่าเป็นอย่างไรบ้าง  เริ่มที่โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการนี้เริ่มช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ช่วงแรก ๆ รัฐจ่ายเงินให้ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ในหลากหลายอาชีพที่ได้รับความเดือดร้อน

โครงการนี้เริ่มมาก็เหมือนว่าเส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เกิดปัญหาทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบสารสนเทศ ระบบการคัดกรองผู้ที่ได้รับสิทธิ์ วุ่นวายกันพักใหญ่ แต่หากจะวัดว่าโครงการนี้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน มองในแง่ดี ถือว่าเป็นอัดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่าย ซึ่งมีการสำรวจ พบว่า ตลาดสด ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตามต่างจังหวัด คึกคักมากขึ้น สามารถเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้กว่า 10 ล้านคน

ต่อมา คือ โครงการกำลังใจ รัฐช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  รวม 1.2 ล้านคน เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทางไม่เกินคนละ 2 พันบาท ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน วงเงินงบประมาณ 2.4 พันล้านบาท

ถัดมา คือ โครงการเราเที่ยวไปด้วยกัน กระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปเที่ยวโดยรัฐช่วยจ่ายค่าที่พัก โรงแรม 5 คืน ไม่เกิน40% ไม่เกิน3,000/คืน  จากนั้นตามไปดู โครงการเที่ยวปันสุข รัฐช่วยการเดินทางเที่ยวของประชาชน ไม่น้อยกว่า 2 ล้าน จ่ายบัตรโดยสารรถ สายการบิน รถเช่า 40 %  ไม่เกิน1,000 บาท

อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์เฉพาะโครงการที่เน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนหนึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่อึดอัดจากการกักตัวทำงานที่บ้านมานานหลายเดือนเลยมีความโหยหายที่จะออกไปท่องเที่ยวกัน 

แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมของโครงการที่เกี่ยวกับโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวก็มีปัญหามากมาย เช่น ปัญหาโรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งช่วงแรก ๆยอดผู้ที่เข้าร่วมโครงการไม่ถึงเป้าด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายปัญหาทั้งรัฐเอง ประชาชนเอง ประสบพบเจอกับโครงการที่เกี่ยวกับการกรระตุ้นการท่องเที่ยว แต่หากมองในแง่ดีก็ยังดีมีเงินมาสนับสนุนให้ได้ออกไปเที่ยว ช่วยทำให้เศรษฐกิจโงหัวขึ้นมาได้บ้าง

มาดูทางฟากของโครงการกระตุ้นกำลังซื้อ การบริโภคในประเทษกันบ้าง เริ่มที่โครงการคนละครึ่งทาง โดยหลักๆ คือ รัฐแจก 3,000 บาท ให้ประชาชน 10 ล้านคน ให้ไปใช้จ่ายร้านค้าที่เข้าโครงการ หากคิดง่าย ๆ คือแจกเงินให้ไปจับจ่ายร้านค้าที่ร่วมโครงการ ให้เกิดเงินหมุนเวียนตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจฐานรากขึ้นไป

ส่วนโครงการช็อปดีมีคืน ประเด็นหลักคือ เอาใจขาช็อป คนที่พอมีกำลังซื้อ ที่สามารถซื้อสินค้าไม่เกิน 3 หมื่นบาท สามารถนำบิลไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งหมดนี่คือการกระตุ้นกำลังซื้อ แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ ก็ยังดี  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด