จะขอก็รีบขอ อย่ารอให้ถึงปีหน้า ! ราคาทองคำดิ่งหนักรอบ 7 ปี

10 พ.ย. 2563 เวลา 7:12 น.

ใครจะแต่งงานปลายปีนี้ให้รีบซื้อทองด่วน ! เพราะวันนี้ราคาทองคำทำสถิติใหม่ลดลงช่วงเช้าไปกว่า 1,200 บาท รับข่าววัคซีนโควิด- 19 สวนทางกับราคาหุ้นไทยที่ช่วงเช้าปิดไปกว่า +40.67 จุด ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พุ่งขึ้นเช่นกัน

ใครจะแต่งงานปลายปีนี้ให้รีบซื้อทองด่วน !  เพราะวันนี้ราคาทองคำทำสถิติใหม่ลดลงช่วงเช้าไปกว่า 1,200 บาท รับข่าววัคซีนโควิด- 19 สวนทางกับราคาหุ้นไทยที่ช่วงเช้าปิดไปกว่า +40.67 จุด ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พุ่งขึ้นเช่นกัน

โบราณท่านว่ามีเงินนับว่าเป็นน้อง มีทองนับว่าเป็นพี่ ไม่มีเงินมีทองพี่น้องก็ไม่มอง หากจะพูดเรื่องทองคำนอกจากจะซื้อไว้ประดับกายแล้วทองคำยังมีความสำคัญอย่างมากในการลงทุนในตลาดทองคำ โดยปัจจัยที่จะส่งผลให้ตลาดทองคำมีความผัวผวนก็มาจากหลายปัจจัยทั้งจากในประเทศ และจากต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลก การลงทุนอื่น ๆที่จะเป็นปัจจัยประกอบ เช่น ตลาดหุ้น ค่าเงิน ตราสารหนี้ และอื่น ๆอีกมากมาย รวมถึงปัจจัยทางการเมืองในต่างประเทศด้วยที่จะส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลก และในไทยผันผวน

อย่างเช่นวันนี้  10 พ.ย. 63 สมาคมค้าทองคำรายงาน ราคาทองไทยช่วงเช้าครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. ราคาทองปรับลดลง 1,200 บาท ขณะที่ ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 27,000 ขายออกบาทละ 27,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 26,514.84 ขายออกบาทละ 27,600 บาท สถิติในครั้งนี้เป็นการลดลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 7 ปี

สำหรับบทวิเคราะห์ราคาทองคำของกลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า ราคาทองคำต่างประเทศ (Gold Spot) เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับลงแรง 90 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลดลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบกว่า 7 ปี หลังจากที่มีข่าวว่าไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี แถลงว่าผลการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ขายทองคำ 10.51 ตันเมื่อวาน

ส่วนบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มองว่า หากราคาทองคำยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับโซน 1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังมีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,893-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่อาจระวังแรงขายทำกำไรหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซนแนวต้านดังกล่าว

ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองดิ่งเหว หลายฝ่ายมองว่ามาจากการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ได้สำเร็จเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกในวันนี้ เป็นความหวังที่ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตปกติได้และเปิดเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ทองคำถูกเทขายและตลาดหุ้นปรับขึ้นแรง อย่างไรก็ดีการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเชิงพาณิชย์ต้องใช้เวลาและน่าจะเป็นปี 2564 ซึ่งไฟเซอร์คาดว่าจะมีการผลิตวัคซีน 50 ล้านโดสภายในปีนี้ และ 1.3 พันล้านโดส

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว ซึ่งราคาทองคำควรยืนเหนือแนวรับสำคัญ 1,850 ดอลลาร์ให้ได้ ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแรงเทขายอีกรอบและจะมีแนวรับถัดไป 1,837 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,880 ดอลลาร์ และ 1,900 ดอลลาร์

.

ในขณะที่ราคาทองคำดิ่ง เมื่อวานนี้ (9 พ.ย. 2563 ) ดัชนีดาวโจนส์ ของสหรัฐฯ ปิดตัวพุ่งแรงกว่า 800 จุด หลังบริษัทยาของสหรัฐฯไฟเซอร์ อิงค์ เผย วัคซีนโควิด-19 ได้ผล 90% เช่นเดียวกับสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย. 2563) สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 3.15 ดอลลาร์ หรือ 8.5% ปิดที่ 40.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือน ม.ค.2564 พุ่งขึ้น 2.95 ดอลลาร์ หรือ 7.5% ปิดที่ 42.40 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทางด้านตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (10 พ.ย.) ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,330.90 จุด ปรับขึ้น +45.02 จุดหรือคิดเป็น +3.50% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 10,521 ล้านบาท เมื่อเวลา 10:00:06 น. ขณะที่ดัชนี SET50 ปรับขึ้น +43.08 จุด หรือ +5.26% อยู่ที่ 862.15 จุด มูลค่าซื้อ-ขายรวม อยู่ที่ 7,772 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 73.87% ของการซื้อ-ขายทั้งหมด ส่วนตลาด mai ปรับขึ้น +1.90 จุด หรือ +0.60% ในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ระดับ 319.84 จุด มูลค่าซื้อขาย 107.88 ล้านบาท

มาดูการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.63) ดัชนี SET Index ปิดตลาดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 1,326.55 จุด ปรับขึ้น +40.67 จุด หรือคิดเป็น +3.16% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 85,433 ล้านบาท อยู่ในกรอบ 1,313.04-1,332.37 จุด โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ AOT MINT และ KBANK

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด