กร่อยกว่าน้ำประปาก็...ตรุษจีนมืองกรุงปี 2564 ไง ?

03 ก.พ. 2564 เวลา 10:41 น.

ปี 2564 ภาพรวมธุรกิจดูกร่อย ๆ ไปกันหมด ต้นตอหลักมาจากโควิด-19 ที่ทำเอาคนไม่มีเงินในกระเป๋า จับจ่ายลดลง ทำให้ตรุษจีนปีนี้ท่าทางจะไม่สดใสเสียแล้ว ล่าสุดศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาคาดการณ์ว่าคนกรุงเทพจับจ่ายลดลง

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาติจีน ซึ่งเมืองไทยก็มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากอยู่เหมือนกัน ซึ่งงานตรุษจีนในแต่ละปีก็จะคึกคักมาก ๆ โดยทั่วประเทศก็จะมีการจัดงานกันหลายจุดอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นใหญ่ของการจัดงาน และชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย พร้อมรับอั่งเปาจากผู้ใหญ่ใจดีกันไป ซึ่งเด็กๆจะตื่นเต้นกันมาก ๆ

โควิด-19 มารผจญทำตรุษจีนปีวัวกร่อย

แต่...ตรุษจีนปี 2564 เห็นทีว่าจะไม่คึกคักเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมาแน่ ๆ เพราะโควิด -19 คือตัวแปรสำคัญที่จะทำเอางานนี้กร่อย เงินในกระเป๋าผู้คนก็จางลงเรื่อย ๆ ตราบใดที่โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนรักษา โดยล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาคาดการณ์ว่า เม็ดเงินใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนของคนกรุงเทพฯ ในปี 2564 น่าจะหดตัวประมาณร้อยละ 10.4 (กรอบประมาณการหดตัวร้อยละ 8-12)  เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก โควิดมากนัก หรือคิดเป็นการใช้จ่ายกว่า 11,700 ล้านบาท

ปี 2564 ภาพรวมธุรกิจดูกร่อย ๆ ไปกันหมด ต้นตอหลักมาจากโควิด-19 ที่ทำเอาคนไม่มีเงินในกระเป๋า จับจ่ายลดลง ทำให้ตรุษจีนปีนี้ท่าทางจะไม่สดใสเสียแล้ว ล่าสุดศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาคาดการณ์ว่าคนกรุงเทพจับจ่ายลดลง

เด็กๆมีโอกาสได้อั่งเปาน้อยลง

ทั้งนี้เม็ดเงินดังกล่าวแบ่งเป็น การใช้จ่ายเครื่องเซ่นไหว้ 5,600 ล้านบาท (หดตัวร้อยละ 5.1) การใช้จ่ายท่องเที่ยว/ทำบุญ/ทานข้าวนอกบ้าน 2,900 ล้านบาท (หดตัวร้อยละ 20.8) และการแจกเงินแต๊ะเอีย 3,200 ล้านบาท (หดตัวร้อยละ 8.1) อย่างไรก็ดียังต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิดรวมถึงมาตรการในการควบคุมของภาครัฐอีกครั้ง ซึ่งหากพื้นที่กรุงเทพฯ กลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนภายหลังจากการผ่อนปรนมาตรการฯ ก็อาจจะทำให้การใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯหดตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่คาด

โดยสาเหตุหลักมากจากผู้บริโภคยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายทางด้านโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในระยะสั้น และต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจยังคงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะการปรับตัวเข้าหาช่องทางออนไลน์ ที่ในปีนี้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพและราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อหน้าร้าน

คนหันมาซื้อของออนไลน์เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามการสำรวจยังพบ อีกว่า คนกรุงเทพฯหันมาสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์หรือโทรสั่งซื้อให้ผู้ประกอบการทำการจัดส่งแทนการออกไปเลือกซื้อสินค้าเองมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย นอกจากนี้ยังพบอีกว่าคนกรุงเทพฯร้อยละ 43 สนใจซื้อเครื่องเซ่นไหว้ที่จัดสำเร็จรูปไว้แล้วเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้าที่มีเพียงร้อยละ 22 ของคนที่ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบครันและสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะการตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางด้านเวลา ความรู้ความเข้าใจในการทำพิธี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด