เนชั่นจ่อพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนทุนเตรียมจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นรอบ5ปี

19 ก.พ. 2564 เวลา 4:04 น.

เนชั่น เผยผลประกอบการปี 2563 ยังแข็งแกร่ง ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง ดันรายได้ปรับเพิ่มขึ้น 88% คงเบอร์ 1 ช่องข่าวดิจิทัล พร้อมจ่อพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนทุนเตรียมจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นรอบ5ปี ขณะปี 2564 ตั้งเป้าเติบโต 6% หลังเตรียมรุกช่องทางออนไลน์ ขยายฐานผู้ชมเจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมผุดธุรกิจใหม่ เนชั่น คอฟฟี่ เปิดสาขาแรกมี.ค.นี้

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบไปทุกธุรกิจทั่วไทย และทั่วโลก โดยเฉพาะวงการสื่อสารมวลชนก็ได้รับผลกระทบไปพร้อม ๆ กับภาคธุรกิจอื่น ๆ แถมยังมีการแข่งขันกันสูงมาก หลายองกรก็ต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กร และปรับตัวเองเพื่อรับการแข่งขัน

อย่างในเครือ 'เนชั่น' ก็มีการปรับตัวสู้กับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่นกัน โดยล่าสุดบิ๊กบอสใหญ่ได้ออกมาเผยผลประกอบการปี 2563 ว่ายังแข็งแกร่งโดยเฉพาะธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง ที่ดันรายได้ปรับเพิ่มขึ้น 88% อีกทั้งยังคงเบอร์ 1 ช่องข่าวดิจิทัล พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งเป้าหมายว่าปี 2564 จะเติบโต 6% อีกทั้งยังเดินหน้าปรับทัพรุกช่องทางออนไลน์ ขยายฐานผู้ชมเจเนอเรชั่นใหม่ เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ 'เนชั่น คอฟฟี่' ดีเดย์เปิดสาขาแรก มี.ค.นี้

โดยนายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC เปิดเผยว่า ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผลการดำเนินงานปี 2563 บริษัทมีรายได้ 911.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88 % มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 43.07 ล้านบาท  และมีกำไรสุทธิ 32.13 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 89 % ซึ่งการเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโฮม ช้อปปิ้งที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางผลกระทบจากเศรษฐกิจที่มีผลต่อทั้งอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล

ทั้งนี้ในส่วนของผลกระทบจากโควิด-19 แม้ว่าจะทำให้เม็ดเงินโฆษณาได้รับผลกระทบ แต่บริษัทมีการกระจายรายได้ในส่วนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจก่อนหน้านี้ไม่ได้พึ่งพิงจากรายได้โฆษณาอย่างเดียว จึงทำลดผลกระทบและยังสามารถสร้างกำไรปี 2563 พร้อมทั้งยังคงเบอร์ 1 ในช่องข่าวดิจิทัล ท่ามกลางการแข่งขันและผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้บริษัทกำหนดการจ่ายงวดสุดท้ายในเดือนพ.ค. นี้มูลค่า 48 ล้านบาท ทำให้บริษัทไม่มีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อีกแล้ว

“บริษัทยังรักษาฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นสะท้อนจากปีที่ผ่านมีการประกาศปรับฐานเงินเดือนพนักงานและโบนัส ซึ่งในปี 2564 จะมีการพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนทุน  อาจจะเป็นไปได้ทั้งการลดพาร์  หรือนำส่วนล้ำมูลค่าหุ้น ส่วนส่วนทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อให้ NBC กลับมาจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นภายในปี 2564 นี้ และยังถือว่าเป็นการกลับมาจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 5 ปี ”

อย่างไรก็ตามในปี 2564 ยังมองการเติบโตของรายได้ประมาณ 6 % มาจากโฆษณา 35 % โฮม ช้อปปิ้ง 30 % เช่าเวลา 15 % เนชั่น ออนไลน์ 5 % คมชัดลึก 4 % งานอีเวน 4 % และอื่น 7 % ภายใต้ปัจจัยวัคซีนมาเร็วและไม่มีการระบาดรอบใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการใช้จ่ายตามมาเนื่องจากตามแผนงานปีนี้เตรียมที่จะเพิ่มฐานรายได้และกลุ่มเป้าหมาย

ในส่วนของงานข่าวยังคงจุดยืนเดิมในการนำเสนอข่าวที่ตามข้อเท็จจริงและรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านทั้งช่องทางทีวีดิจิทัลและออนไลน์ ซึ่งในปีนี้ทางช่องทางออนไลน์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นจากรายการใหม่ๆเพิ่มเข้ามาและแตกต่างจากช่องทางทีวีดิจิทัลจากฐานผู้ชมส่วนใหญ่ 80 % อายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นนั้นจะเพิ่มกลุ่มเจอเนเรชั่นใหม่ๆ เข้ามาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนเม.ย.-พ.ค. นี้เป็นต้นไป ซึ่งการขยายช่องทางออนไลน์มากขึ้นจะส่งผลต่อรายได้โฆษณาที่เดิมจะเป็นการขายผ่านเอเยนซี่จะเป็นการเพิ่มจากผู้ประกอบการโดยตรง

มาดูในฟากของธุรกิจอื่น ๆ  อย่างเช่นธุรกิจอีเวนท์ยังเตรียมงานใหญ่ไว้ถึง 2 งาน  คือคมชัดลึก อวอร์ด ช่วงปลายเดือนมี.ค. นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี  และงานครบรอบ 50 ปีเนชั่น ที่เดินทางมาครึ่งศตวรรษ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำสถานีข่าวพร้อมนำเสนอเนื้อหาสาระที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม  ซึ่งทั้งนี้หากไม่เจอการระบาดและมีวัคซีนก็เชื่ออว่าจะสามารถสร้างรายได้ในส่วนนี้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ส่วนธุรกิจโฮมช้อปปิ้งที่สร้างรายได้ในปี 2563 ที่ผ่านมายอมรับว่าการแข่งขันรุนแรงและในปีนี้การทำธุรกิจไม่ง่าย  เนื่องจากเจอปัจจัยความเชื่อมั่นของสินค้าลดลงจากกรณีโฆษณาเกินจริงและกำลังซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ    อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมเพิ่มรายได้อื่นในปีนี้ โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟ ภายใต้ แบรนด์ “เนชั่น คอฟฟี่โดยจะเริ่มเปิดสาขาแรกที่อาคารเนชั่นในเดือนมี.ค.นี้ และจะขยายสาขาตามอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ประมาณ 10 สาขาภายในปีนี้  โดยมีจุดแข็งอยู่ที่การใช้กาแฟสายพันธุ์ในประเทศ   ภายใต้คอนเทคฟาร์มเมอร์จากเกษตรคนไทยที่มีคุณภาพ ที่สำคัญประชาชนสามารถบริโภคได้ในราคาไม่แพงหรือราคาลดลง 40 %  จากราคากาแฟแบรนด์ดังแต่มีคุณภาพเท่ากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด