svasdssvasds

ค่าไฟฟ้างวดใหม่อาจพุ่งสูงถึง 4.59 บาท หากไร้มาตรการช่วยเหลือจากรัฐ

ค่าไฟฟ้างวดใหม่อาจพุ่งสูงถึง 4.59 บาท หากไร้มาตรการช่วยเหลือจากรัฐ

กกพ. คาดค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 69) อาจพุ่งสูงถึง 4.59 บาท/หน่วย หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เหตุมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

SHORT CUT

  • ค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.) มีแนวโน้มปรับขึ้นไปอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล
  • สาเหตุหลักมาจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) นำเข้าที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง
  • กกพ. กำลังพิจารณาแนวทางลดผลกระทบ เช่น การนำเงินเรียกคืน (Claw back) 9,400 ล้านบาท และเจรจาให้ กฟผ. ชะลอการรับคืนหนี้ค่าเชื้อเพลิง

กกพ. คาดค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 69) อาจพุ่งสูงถึง 4.59 บาท/หน่วย หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เหตุมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า เตรียมแถลงแนวทางการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ เอฟที งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ในแต่ละทางเลือกต่างๆ ภายหลังการประชุมในวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทำให้ประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ( หรือแอลเอ็นจี (LNG) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยแอลเอ็นจีที่เพิ่มจากประมาณ 12 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ทำให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้นประมาณ 58 สตางค์/หน่วย ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 32.93 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ด้านนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการ กกพ. กล่าวว่าเบื้องต้นได้หารือถึงแนวทางการนำเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า หรือ Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด 

พร้อมเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะยังไม่รับชำระเงินค้างจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ 36,000 ล้านบาท ในงวดนี้ที่จะทำให้ค่าไฟปรับขึ้นประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย

รัฐบาลควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าควรต้องสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โดยหากไม่มีมาตรการใดๆ เข้าไปช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 จะปรับขึ้นจากราคาเฉลี่ย 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 4.59 บาทต่อหน่วยตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ที่มา : thansettakij 

related