หอการค้าชี้โควิดระลอก3 ฉุดเศรษฐกิจวูบ 3 แสนล้านบาท !

22 เม.ย. 2564 เวลา 8:13 น.

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยโควิด -19 ระบาดระลอก 3 ฉุดเศรษฐกิจ 3 แสนล้าน แต่ยังมั่นใจรัฐคุมอยู่ แนะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายไตรมาส 2 ช่วยประคอง GDP ปี 64 โตได้ 2.5-3%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยยังคงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 2.5-3% โดยยังไม่มีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจแต่อย่างไร ทั้งนี้จากปัญหาการแพร่ระบาดรอบที่ 3 หากภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 2-3 เดือน ภายใต้มาตรการดูแลที่ดำเนินการในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลดำเนินการได้ดี

ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้นมองว่าทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจประมาณ 2-3 แสนล้านบาท แต่ด้วยที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากรัฐบาลออกมาตรการได้ในปลายไตรมาส 2 ซึ่งหอการค้ายังคงสนับสนุนมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 โดยใช้วงเงิน 50,000 ล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจมีเงินเยียวยาได้ประมาณ 1 แสนล้านบาทจากมาตรการนี้ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงมาตรการอื่นของภาครัฐ การใช้งบประมาณรัฐ และงบประมาณท้องถิ่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามหากไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหรือช่วยเหลือใด โอกาสที่เศรษฐกิจของไทยทั้งปีขยายตัวอยู่ 1.2-1.6% และทั้งนี้ หอการค้ามองว่าโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโต 0% หรือติดลบนั้นมองว่าน้อยมากเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งนั้นต้องมาจากปัจจัยการแพร่ระบาดของโควิด รอบ 4 การแพร่เชื้อไม่สามารถคุมได้ คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทะลุ 2,000 รายต่อวัน เม็ดเงินหายออกจากระบบเศรษฐกิจไป 5-6 แสนล้านบาทต่อเดือน ซึ่งโอกาสน้อยมาก

โดยภาคเอกชนเห็นว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุดยังคงเป็นกลุ่มพื้นที่สีแดงและสีส้ม 18 จังหวัด ซึ่งกระทบทั้งในกลุ่มท่องเที่ยวและภาคที่เกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว เช่น ภาคบริการ ขนส่ง ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนปัญหาการว่างงานนั้น ทั้งนี้เอกชนยังมองว่าไม่กระทบมาก ประเมินไว้ว่าความต้องการแรงงานจะลดลงทั้งประเทศประมาณ 148,933 คนต่อเดือน ปัญหาโควิดรอบ 3 นี้ ยังเชื่อว่ารัฐคุมได้ และหากรัฐใช้มาตรการกระตุ้นเข้ามาช่วยได้เร็วก็เชื่อว่าเศรษฐกิจจะมีเงินหมุนเวียนในระบบ ส่วนเงินเฟ้อคาดว่าสูงขึ้น 1.1% แต่ทั้งนี้ไม่ได้มาจากโควิด แต่มาจากเรื่องของราคาน้ำมัน

ขณะที่ นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสาม โดยสำรวจสมาชิกหอการค้าไทย 237 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า หอการค้าไทยส่วนใหญ่ 45.19% มองว่าช่วงโควิดระบาดรอบที่ 1 กระทบมากสุด รองลงมา 44.63% คือรอบที่ 3 เนื่องจากมีเรื่องของการล็อกดาวน์ แม้รอบที่ 3 จะไม่ได้ล็อกดาวน์แต่มีเรื่องของการกำหนดเรื่องการเปิด-ปิดการให้บริการ จึงมองว่ามีผลกระทบ

ไม่เพียงเท่านี้การแพร่ระบาดรอบที่ 3 ภาคธุรกิจให้ความกังวลในเรื่องของการไม่มีวัคซีนโควิดตามแผนที่รัฐบาลวางไว้ถึง 91.67% รองลงมากังวลว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อและไม่สามารถคุมได้ 89.19% และจะมีการล็อกดาวน์ 78.38% อีกทั้งยังกงวลเรื่องของการปิดกิจการมากขึ้น ทำให้ตนตกงาน ไม่สามารถเปิดประเทศได้ มาตรการช่วยเหลือภาครัฐไม่เพียงพอ โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าในเดือนมิถุนายน สถานการณ์การแพร่ระบาดรอบ 3 จะคลี่คลายได้ถึง 42.26% และส่วนใหญ่ภาคธุรกิจเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติรวมไปถึงเศรษฐกิจได้ภายใน 13-24 เดือน

ทั้งนี้หากอยากให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปได้ คือ เร่งการฉีดวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน รัฐบาลจำเป็นต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวม ภายใต้การจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสม กำหนดและออกมาตรการให้ครอบคลุมกับทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน สังคม พยายามเปิดประเทศให้เร็วที่สุด สร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ คือการสนับสนุนทางด้านการเงิน เร่งฉีดวัคซีน กระตุ้นการท่องเที่ยว รัฐบาลทำงานเชิงรุกร่วมภาคเอกชน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด