ข่าว

นุ๊ก สุทธิดา ควงลูกชายเปิดใจ หลังป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ เผยทรมานคิดเลิกรักษา

นุ๊ก สุทธิดา เปิดใจครั้งแรกหลังป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ ยอมรับเกือบจะถอดใจเลิกล้มการรักษา พร้อมเตรียมทำพินัยกรรมสั่งเสียเอาไว้แล้ว

นุ๊ก สุทธิดา อดีตนักร้องสาวยุค 90’s ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ ที่เธอเกือบจะถอดใจเลิกล้มการรักษา แถมเตรียมทำพินัยกรรมสั่งเสีย ซึ่งงานนี้เจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31

จุดเริ่มต้นที่ไปตรวจเจอมะเร็งไทรอยด์มันเกิดจากอะไร?

“จริงๆ มะเร็งไทรอยด์เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เป็นภัยเงียบ มันน่ากลัว เพราะโรคนี้ตรวจทางเลือดก็เจอ เรียกว่าตรวจอาการข้างเคียงดีกว่า เราเป็นก็ไม่มีอาการใดๆ มันเป็นภัยเงียบ แต่ทีนี้เราจะตรวจเจอยังไงก็คล้ายๆ กับมะเร็งเต้านม ก็คือการคลำ อย่างคอเราก็สามารถคลำได้ว่าเรามีก้อนตรงไหนหรือเปล่า ของนุ๊กพอตรวจเจอปุ๊บตอนแรกเป็นคุณหมอประจำปีตรวจ คุณหมอบอกว่าอาจจะเป็นถุงน้ำ แต่ว่างๆ ไปตรวจ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ว่าง จนมาติดโควิดเราก็เลยมาตรวจ”

ตอนไปตรวจก็ยังไม่ได้ทราบผล แต่คิดว่าตัวเองเป็นมะเร็งแน่?

“คือด้วยความที่เพื่อนเป็นคุณหมอ แล้วก็แนะนำคุณหมอที่ตรวจให้ ทีนี้เราก็ไปนอนตรวจ อุ้ย…หมอหล่อ แต่หมอจากที่เห็นเราเขาร่าเริง สักพักหมอเริ่มซีเรียส เริ่มนิ่ง เราก็แบบในฐานะของครูสอนการแสดงนั้น เราก็ยิงคำถามไปคำนึง เพื่อจะเช็กว่าใช่แน่ๆ ใช่ไหม คุณหมอคะ ถ้ามันใช่ เราต้องทำยังไงต่อไปคะ ตอนนี้หมอยังไม่สามารถตอบได้หรอกครับ เดี๋ยวเราต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจ แต่ถ้าไม่ใช่หมอก็จะบอกเลย”

คิดไปไกลแค่ไหน?

“มันนิ่งไปสักพัก แล้วก็บอกว่าใช่ ใช่ไหม เราจะตายแล้วเหรอ คือคำว่ามะเร็งในจังหวะแรกของชีวิตทุกคนคิดว่าตายก่อน ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะรักษายังไง แล้วสักพักมันก็จะมีอดัมขึ้นมาก่อน เพราะว่าอดัมคือลูกเล็ก เขาจะโตมายังไงในเมื่อไม่มีแม่ตั้งแต่ 3 ขวบ แล้วหลังจากคำว่าอดัมแล้วคำถามก็จะตามมาอีกร้อยแปด อดัมเป็นเด็กลูกครึ่ง แล้วเขาจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า จะต้องกลับมาเลเซียหรือเปล่า คำว่าลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน สำหรับนุ๊กคือเรื่องใหญ่มาก แล้วอีก 2 หนุ่มละจะเรียนจบยังไง”

ความรู้สึกหรืออาการของการเป็นมะเร็งไทรอยด์มันเป็นยังไงบ้าง?

“ตอนที่เป็นไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เป็นภัยเงียบ ต้องอัลตร้าซาวด์อย่างเดียวเลย”

เห็นว่าเวลานั้นไม่ต้องรอผลหรอก เตรียมการสำหรับตัวเองเลย?

“ก่อนผลจะออก คือคุณหมอที่ตรวจ คุณหมอที่ผ่าคนละท่าน เราก็เลือกแล้วเราจะเอาแพทย์ท่านนี้ คือแพลนของการรักษาเสร็จไปแล้วก่อนผลตรวจจะออก”

แล้วที่บ้านกับครอบครัว ลูกวางแผนยังไงบ้าง?

“ตั้งแต่อัลตร้าซาวด์เลย ผลมะเร็งใดๆ ยังไม่ออกเลย นี่ก็กลับบ้านไป แล้วก็บอกสามีเป็นคนแรกเลยว่าไอเป็นมะเร็ง เขาก็อึ้งไปสักพัก ตั้งหลักก่อน เดินผ่านเขาไปแบบนิ่งๆ แล้วไปเล่นกับลูก พอเห็นลูกก็นั่งร้องไห้ ตัดภาพมาที่สามี เขาโกรธ เริ่มหงุดหงิด แต่เราไม่ได้สนใจเขา แต่ถ้านึกย้อนไปในพาร์ทของเขาตลอด 2 ปีที่เปิดยิมส์มา”

“เขาอยากกลับบ้าน นี่ก็ไม่เคยให้เขากลับ เพราะยิมมีการขาดทุนทุกวัน แล้วเขาเป็นคนเดียวที่ประคองให้เกิดการขาดทุนน้อยที่สุด หรือบางวันไม่ขาดทุน แล้วเราจะปล่อยเขากลับบ้านไปได้ยังไง กลับไปเราก็แย่”

“คือ 2 ปีมันคงเป็นดราม่าในชีวิตเขา ซึ่งเราอยู่ในพาร์ทของธุรกิจ เราก็บริหารการเงินไง นางก็คงเก็บทุกอย่างไว้ในใจ แล้วก่อนหน้าที่เราจะเดินไปบอกเขาว่าเราเป็นมะเร็ง 2 วันเขา เขามาบอกเราว่าเขาจะกลับมาเลเซีย เพราะน้องสาวเขาจะแต่งงาน แล้วอยู่ๆ เราก็เล่นใหญ่ว่าเราเป็นมะเร็ง เขาคงคิดว่าละครบทไหนของแก นุ๊กคิดว่าเขาคิดอย่างนั้นแต่เขาไม่พูด”

เขาคิดว่าเราแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อไม่ให้เรากลับบ้าน?

“แล้วคนเรากว่าจะตรวจได้ว่าเป็นมะเร็ง ยูต้องตรวจกี่ครั้ง นี่ยูไปโรงพยาบาลแล้วกลับมาบอกว่ายูเป็นมะเร็ง แล้วเราหน้านิ่งมาก คือตอนหมออัลตร้าซาวด์มันมีตั้งแต่ทำใจไม่ได้จนทำใจเสร็จแล้ว หน้าเราก็เลยนิ่งไป”

หลังจากเหตุการณ์ถึงขั้นทะเลาะกันเลยไหม?

“มันเป็นการงอนกันมากกว่า ไม่ได้ทะเลาะ เขาก็บอกยูจะร้องไห้ทำไม ยูยังไม่ตาย เราก็แบบเอ๊ะ…ทำไมนางพูดอย่างนี้ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร มีแต่อดัมน้อยของแม่ ฉันจะทำพินัยกรรม ฉันจะเรียงลำดับยังไงให้ลูกฉันเรียนจบ สมบัติที่มีเราจะแบ่งกันยังไง”

“ตอนนั้นคิดแต่ว่าลูกจะยังไง ทีนี้พอเขาเริ่มงอนมากๆ ยังไงเขาก็จะต้องกลับให้ได้ เราก็แบบ จะกลับยังไง ช่วงฉายแสง ช่วงนู่น ช่วงนี้ เขาก็จะขอตามไปดูตอนที่เราเจาะอะไรอย่างนี้ แต่เหมือนเขาไม่เชื่อว่าเราเป็น คือด้วยความที่เขาเห็นว่าเราแข็งแรง”

มีดราม่าเรื่องสามีอยากแก้ตัวยังไงบ้าง?

“จริงๆ มันเป็นการเล่าที่ตอนนั้นที่เราเล่ากับพี่โก้คือเรากำลังโฟกัสในเรื่องของโรค เรากำลังโฟกัสในเรื่องของการอธิบายว่าเราเป็นอะไร แล้ววิธีการรักษาเป็นยังไง เพื่อจะเป็นวิทยาทานต่อคนอื่น ไอเรื่องสามีเราแค่เล่าแตะๆ ไว้ เรายังไม่ได้อธิบายว่าตัวเขาเอง เขาได้รับความรู้สึกอะไร ยังไง แต่สุดท้ายต่างฝ่าย ต่างก็ต้องยอมรับในความเป็นกันและกัน มันเหมือนเราไปแตะเขาเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ลงดีเทลให้เขา แต่จริงๆ แล้วเรายังรักกันดีอยู่นะคะ”

วันที่สามีทราบว่าเราเป็นจริงๆ อันนี้ยังไงบ้าง?

“เขาต้องเห็นคาตาว่ามันมีก้อนเนื้อหลุดออกมาจากร่างภรรยาของเขา วันผ่าเขาก็ไม่เชื่อ แต่เขาเริ่มทำหน้าที่ดูแลลูกแล้ว คือสามีดีมากๆ ไม่งั้นเขาจะมานั่งดูแลปิ๊ปโป้ ปาแปง ทำไม คือดูแลลูกทุกคนเลย แต่ลึกๆ นุ๊กว่าเขาไม่เชื่อ จนเขาเห็นชิ้นเนื้อหลุดออกมาจริงๆ แล้วก็มีต่อมน้ำเหลืออีก 17 จุดที่เกาะอยู่ต่อมไทรอยด์ หลังจากนั้นสามีรักมาก”

นาทีที่ทราบว่าแม่เป็นมะเร็ง?

ปิ๊ปโป้ : “ผมรู้สึกเสียใจแล้วรักแม่มากครับ”

ตอนนั้นมองหน้าลูกแล้วบอกกับลูกว่ายังไง?

“ตอนนั้นบอกว่าแม่ไม่สบาย แม่บอกว่าแม่อาจจะเป็นมะเร็ง”

ปาแปงเข้าใจไหมว่าคำว่ามะเร็งคืออะไร?

ปาแปง : “เข้าใจครับ ในใจผมคิดว่าไม่ได้ร้ายแรงเท่าไหร่ หม่าม้าไม่ได้เป็นหนัก ผมก็เลยไม่ได้กังวล”

หลังจากวันนั้นมีอาการอะไรเกิดขึ้นอีกกับลูก?

“สามีว่าเซอร์ไพรส์แล้ว สามีคิดว่าเราโกหกแล้ว เด็กติสท์ของเราคนนี้หลังจากที่ดิฉันบอกว่าเป็นมะเร็ง พวกเขาก็ไปทำงานแบบจ่อยๆ พอเขาทำงานเสร็จเขาโทรหาคุณยายให้มารับเขาไปแล้วเขาไม่ได้บอกอะไรดิฉันเลย”

แม่เราเป็นมะเร็ง แล้วถ้าแม่ไม่อยู่กับเราจะเป็นยังไง คิดไกลขนาดนั้นไหม?

ปาแปง : “แค่สงสารอดัม ผมกังวลว่าถ้าแม่ตายไปใครจะดูอดัม”

นุ๊ก : “เขาเคยพูดว่าแม่ตายผมอยู่ได้ไม่เป็นไรหรอก ผมโอเค ดูแลตัวเองได้ แต่ก็หายไปอยู่บ้านคุณยายแล้วไม่ลาด้วย”

เตรียมใจไว้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งแน่ๆ แต่พอไปเจอขั้นตอนการรักษาเห็นว่าไม่เอาแล้ว ไม่อยากอยู่เลย?

“ขั้นแรกคือการผ่า ผ่าปุ๊บคุณหมอปลุกเราขึ้นมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ซึ่งต้องบอกว่าคุณหมอเก่งมาก นุ๊กเป็นก้อนใหญ่ เวลาตัดในไทรอยด์มันจะมีเส้นเลือดที่เอาไปเลี้ยงกล่องเสียงอยู่ 4 เส้น ข้างละ 2 โดยปกติอะไรไปกวนเส้นเลือด บางทีเส้นเลือดไม่ไปเลี้ยงกล่องเสียงก็จะเกิดอาการพูดไม่ได้ หรือพูดแล้วไม่มีเสียง

บางคน 3 ปีพูดไม่ได้เลย เราก็ลุ้น แต่คุณหมอที่เราเลือกท่านนี้ เพราะว่าเก่งที่สุด ปลุกขึ้นมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บค่ะ แต่ก็เจ็บแค่ครั้งแรกที่ออกมาจากห้องผ่า แต่พอพักก็หายเจ็บ แต่ที่หนักก็คือการกลืนแร่”

กลืนแร่คืออะไร?

“เป็นไอโอดีนผสมกับกัมมันตภาพรังสีเหมือนกับระเบิดที่ญี่ปุ่น คือกลืนเพื่อให้ไปฆ่าเซลมะเร็ง คล้ายๆ คีโม เราจะรู้สึกวี้ด ทุกอย่างอักเสบ ระหว่างนั้นไทรอยด์เราก็โดนตัดไปแล้ว ไทรอยด์ก็เป็นตัวช่วยของความกระตือรือร้น ความสวยงาม มันหายไปหมด มันก็จะเพิ่มความพารานอยด์ให้เรา พวกซึมเศร้าต่างๆ มันอาจจะย้อนกลับมา มันตีกันไปหมด ร่างกายก็วี้ด ฮอร์โมนก็ขาด”

มันทรมานยังไงถึงไม่อยากจะรักษาแล้ว?

“กลืนไปตอนแรก 5 ชม.แรก ยังแค่กระอักกระอ่วน มึนๆ งงๆ ปากแห้งๆ พอชม.ที่ 6 เท่านั้นแหละ จากที่เคยร่าเริง เรารู้สึกทำไมมันเวียนหัว ต้องบอกก่อนว่าตอนที่กลืนแร่ไม่สามารถให้ใครเข้าพบได้ เราอยู่คนเดียว เพราะว่าเรามีกัมมันตภาพรังสี เพราะฉะนั้นคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง อยู่ในห้องคนเดียว แค่เราป่วยเราก็รู้สึกแย่แล้ว แล้วเรายังเป็นอย่างนี้อีก แล้วอีก 6 เดือนก็ต้องไปตรวจอีก”