แอน จักรพงษ์ เปิดตัวทายาท น้องแอนดรูว์-น้องแองเจลิก้า ทุ่มเงิน 30 ล้าน ทำลูกสายเลือดของตัวเอง

11 ก.ย. 2563 เวลา 4:21 น.

"แอน จักรพงษ์" หรือ "แอน เจเคเอ็น" เปิดตัวทายาทหมื่นล้าน "น้องแอนดรูว์ - น้องแองเจลิก้า" ใช้เงิน 30 ล้านทำลูกสายเลือดของตัวเอง ยอมรับหากลูกโตเรื่องโดนล้อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่น้อยเพจบันเทิง ได้หยิบเรื่องราวเมาท์ "ไฮโซข้ามเพศหมื่นล้าน ใช้เงิน 30 ล้าน บินไกลไปทำลูก" โดยเรื่องนี้ท้ายสุดก็เป็นเรื่องของ "แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์" ซีอีโอ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ล่าสุดกลายเป็นข่าวใหญ่ ที่ช็อคกันทั้งวงการข้ามเพศที่วันนี้สามารถมีลูกโดยสายเลือดของตัวเอง

หลายคนสงสัยว่าทำไมแอนอยากมีลูก?

"ไม่เคยเสียดายเลย การมีลูกถือว่าเป็นการลงทุนให้กับชีวิตในระยะยาว เราจะเสียเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ขอให้ออกลูกมาแล้วครบสมบูรณ์ทุกประการ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ จะเสียเงินเท่าไหร่เราก็ไม่ว่า เราต้องการให้เขาเป็นทายาทของเรา แล้วก็สืบทอดสิ่งที่เราทำอยู่ต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือความคิด ความรู้ ทัศนคติ วิชาชีวิตของเรา มันควรจะมีคนรับสืบทอดต่อ แล้วก็ทำให้โลกมันเติบโตขึ้น โดยสาขาวิชาที่ครอบครัวเราถนัด ให้ออกไปแล้วก็พัฒนาให้โลก และสังคมน่าอยู่ขึ้น นั่นคือสิ่งที่มองว่าทำไมต้องมีลูก"

พอเป็นแม่ แล้วชีวิตเปลี่ยนไปไหมคะ

"ชีวิตเปลี่ยน ทำอะไรก็จะคิดถึงแต่ลูก โลดโผนมากไม่ได้ คิดอะไรก็ต้องคิด 2-3 สเต็ป ที่มันไม่ใช่เฉพาะตัวเราหรือพนักงาน แต่มันหมายถึงครอบครัว หรือทายาทเราที่อยู่ที่บ้านตอนนี้ โลกเรา มันมีอีกฝั่งที่ต้องรับผิดชอบ นั่นก็คือครอบครัว"

15 ล้านต่อคน เสียดายเงินไหม?

"ไม่เคยเสียดายเลย การมีลูกถือว่าเป็นการลงทุนให้กับชีวิตในระยะยาว เราจะเสียเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ขอให้ออกลูกมาแล้วครบสมบูรณ์ทุกประการ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ จะเสียเงินเท่าไหร่เราก็ไม่ว่า เราต้องการให้เขาเป็นทายาทของเรา แล้วก็สืบทอดสิ่งที่เราทำอยู่ต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือความคิด ความรู้ ทัศนคติ วิชาชีวิตของเรา มันควรจะมีคนรับสืบทอดต่อ แล้วก็ทำให้โลกมันเติบโตขึ้น โดยสาขาวิชาที่ครอบครัวเราถนัด ให้ออกไปแล้วก็พัฒนาให้โลก และสังคมน่าอยู่ขึ้น นั่นคือสิ่งที่มองว่าทำไมต้องมีลูก"

การอุ้มบุญ มันจะมีสายใยแม่ลูกไหม?

"มีแน่นอนค่ะ เพราะมันก็คือเชื้อเรา อย่างน้องแอนดรูว์เกิดมาเนี่ย เราขำก่อนเลย ทำไมหน้าเหมือนฉันจังเลย มันมีสายใยแม่ลูกอยู่แล้ว มันทำให้เราเข้าใจว่าความรักที่บริสุทธิ์มันคืออะไร รักตั้งแต่แรกเจอ รักแบบไม่ต้องกั๊กเลย รักแบบว่าคิดได้เลยว่า นี่เหละคือความรักของเราที่แท้จริง ที่แม่เคยมีให้เรายิ่งเข้าใจ สิ่งที่เรามีให้ลูกในฐานะที่เราเป็นแม่ก็ยิ่งเข้าใจไปอีก ความรักที่มันยิ่งใหญ่ ความรักที่บริสุทธิ์ เพราะเป็นลูกของเราเองจริง ๆ"

ถ้าน้องโตมาแล้วเป็นเหมือนเรารับได้ไหม?

"ดีใจเลย เขาตั้งใจว่าเขาอยากจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แล้วเขากล้าที่จะเป็น กล้าที่จะบอกสังคมว่านี่ ฮู ไอ แอม คือตัวตนฉันเอง อันดับหนึ่งก็ต้องบอกเลยว่า ลูกกล้าหาญดีมาก เพราะเรื่องพวกนี้มันบังคับกันไม่ได้นะ กินเหล้า สูบบุหรี่ มันยังเลิกกันได้ แต่การเกิดมาผิดร่างเนี่ยมันเลิกไม่ได้ เราจะไปซ้ำเติมเด็กทำไม ก็ในเมื่อเราให้เขาเกิดมาแล้ว และมันเป็นโดยธรรมชาติตั้งแต่เขาเกิด ไม่ใช่การเลี้ยงดู แล้วถ้าจะเป็น อะไรก็แล้วแต่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องของเขา ตราบใดที่เขามีความรักที่ดี ที่บริสุทธิ์ เจอคนที่ดี แล้วตัวเขาเองก็เป็นคนที่ดี มีวิสัยทัศน์ ทำมาหากินได้ รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"

 

ถ้าน้องโตแล้วโดนล้อเราจะบอกน้องยังไง?

"เรื่องแบบนี้ มันก็เกิดขึ้นได้ แต่ว่าในอนาคตมันก็จะน้อยลงเรื่อยเรื่อย สถาบันการศึกษาที่จะส่งลูกไปเรียน มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าสังคมมันไม่ดี จะพูดให้ตายยังไงเด็กมันก็เซ เด็กมันก็ถูกทำร้าย เพราะคนที่อยู่ในสังคมมันไม่ได้ถูกกลั่นกรอง ถ้าเราไปโรงเรียนดี และครอบครัวเรา สังคมเรามันก็ดี ให้ลูกได้อยู่ท่ามกลางความคิดดี คิดบวก การเกิดการบูลลี่มันจะน้อยลง เพราะเกิดจากสังคมที่เราเลือกให้เขา" 

"แอนจะสอนให้เรียนรู้เรื่องความความแตกต่าง ทำให้ลูกเราเติบโตขึ้นมามีทั้ง ไอคิว และ อีคิว ให้เข้าใจความแตกต่างของโลกใบนี้ที่มันไม่ได้เป็นเพียงแค่มีเหรียญสองด้าน มันมีหลายด้าน มากกว่าสองด้าน ให้ทุกคนเขาได้รับรู้ว่าโลกมันพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาขนาดนี้แล้ว มันเป็นเรื่องที่คุณต้องเล่าให้เด็กฟัง ถึงแม้ว่าจะเป็นครอบครัวชายจริงหญิงแท้ก็ต้องเล่า โลกใบนี้มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว"

กลัวไหมถ้าน้องโต แล้วน้องจะรับไม่ได้?

"ไม่กลัวเลย เราคิดว่าทัศนคติมันต้องเริ่มสร้างกันได้ เขาอยู่ภายใต้คนที่คิดบวกอย่างครอบครัวพี่ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่พี่ น้องสาวพี่ คนที่จะเข้ามาเป็นสามีของพี่ ทุกคนคือคิดบวก คิดสร้างสรรค์ และเขาได้พลังงานบวก เขาต้องได้สิ่งเหล่านี้เข้าไป แล้วต้องเปลี่ยนแรงกดดันหลายๆ อย่าง ให้เป็นแรงผลักดัน เขาจะยิ่งมีความแข็งแรงและมีความฉลาดทางด้านความคิด เพราะเขาเห็นอะไรที่มากกว่าคนอื่น วิชาชีวิตของเขามันยิ่งแข็งแกร่ง ทำให้เขาเรียนรู้ได้ว่ามันมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้เป็นบทเรียนชีวิตหรือวิชาชีวิตที่ธรรมดา แต่ว่ามันแตกต่างคนอื่นนั่นเอง"

หลังจากนี้วางแผนอนาคตลูกไว้หมดแล้วใช่ไหม?

"จริง ๆ วางแผนไว้แล้วค่ะ ว่าควรจะเรียนอะไร ที่ไหน และถ้าในอนาคต เขาอยากจะเรียนอะไร อยากเป็นอะไร ให้เขาจัดการเลือกชีวิตเค้าเอง เราก็จะอยู่ใกล้ชิดเขาช่วยเป็นภาพสะท้อนให้เค้าเห็นว่า เขาน่าจะเหมาะกับอะไร แอนจะไม่บังคับลูกให้เป็นอย่างที่เราต้องการ เราจะไม่เอาความฝัน ความปรารถนาของเรา ไปใส่ไว้เป็นหน้าที่ของลูก ให้เขาเติบโตขึ้นมาแล้วเป็นคนดีกับสังคม ให้เป็นคนที่มีคุณภาพต่อประเทศชาติ"

"เราก็จะใช้วิชาชีวิตของเราที่สะสมมาทั้งชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก และเรื่องการทำธุรกิจ สอนให้พวกเขาเติบโตขึ้นมา แล้วประสบความสำเร็จ เพื่อให้ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือโลกให้มันดีขึ้น โดยมีหน้าที่การงานของตัวเขา ธุรกิจของเขาเอง ก็ต้องให้กำลังใจคน ส่งเสริมแรงบันดาลใจคนอื่นได้เดินหน้าต่อไป ถามว่าตัวเราทำดีแล้วรึยัง ถ้าดีก็คือจบ แม่คนนี้ก็จะบอกว่า ทำไปเลย"