หนังคนละม้วน! ผู้จัดการฟ้าใส & ผู้ถือลิขสิทธิ์ MUT ใครพูดความจริง?

27 ต.ค. 2563 เวลา 6:53 น.

ใครพูดความจริง? เอส อนุสิทธิ์ ผู้จัดการฟ้าใส & ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand มหากาพย์ดราม่า ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ไร้มงกุฏและสายสะพาย

ใครพูดความจริง? เอส อนุสิทธิ์ ผู้จัดการฟ้าใส & ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand มหากาพย์ดราม่า ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ไร้มงกุฏและสายสะพาย

เรียกว่าวงการนางงามไม่เคยได้พักจริงๆ ล่าสุดกับดราม่าของ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Universe Thailand 2019 และ Top 5 Miss Universe 2019 ที่ออกงานครั้งแรกหลังจากหมดวาระลง กับงานประกวดดาวเดือนของวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งแต่แล้วก็มีเรื่องให้แฟนๆ นางงามได้สังเกตเห็นว่า ฟ้าใส ปวีณสุดา ที่ปรากฎตัวในสีชุดขาว แต่กลับไม่ได้สวมใส่มงกุฎหรือแม้แต่สายสะพายที่แสดงถึงฐานะและตำแหน่งของเธอ

ล่าสุดเรื่องนี้ดูท่าจะบานปลายเพราะมีการตั้งข้อสังเกตกลับไปถึงวันอำลาตำแหน่งกับภาพที่มีทีมงานของกองประกวด Miss Universe Thailand ถือกล่องใส่มงกุฏเดินประกบฟ้าใสตลอดเวลา และนางงามสาวก็ได้โพสต์ภาพมงกุฏลงสตอรี่พร้อมข้อความ "Bye" และความดราม่าก็ได้ทวีความแรงมากขึ้นเมื่อผู้จัดการฟ้าใสคนปัจจุบัน เอส อนุสิทธิ์ ออกมาโพสต์ข้อความ 6 ข้อดังต่อไปนี้

ใครพูดความจริง? เอส อนุสิทธิ์ ผู้จัดการฟ้าใส & ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand มหากาพย์ดราม่า ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ไร้มงกุฏและสายสะพาย

[1.] พี่เอสบอกว่ามีคนอินบ็อกมาถามเกี่ยวกับภาพนี้เยอะมาก (ภาพวันที่ฟ้าใสใส่มงกุฏอำลาตำแหน่ง และมีทีมงานเดินประกบคอยบอกว่าหมดเวลา ต้องคืนมง) และบอกว่าขอเล่าความจริงวันนั้นให้ฟังทีเดียว​โดยเมื่อไปถึงงานได้ทราบว่าน้องไม่มีมงกุฎ แต่พี่เอสขอข้ามช็อตนี้ว่าทำไมไม่มีมงกุฎเพราะเหตุผลอะไร และเดี๋ยวให้กองหรือน้องมาตอบใส่ส่วนนี้เอง คงเป็นเรื่องน้องกับกอง​ไม่ขอพาดพิง​ใคร

[2.] พี่เอสบอกว่าตนได้ประสานงานสตาฟในงานวันนั้นที่ดูแลน้องขอมงกุฎน้องหน่อย​จากนั้นน้องสตาฟท่านนั้นก็เลยไลน์มาบอกว่า ผู้ใหญ่ท่านนึงกำลังให้คนไปเอามาให้จากที่บ้าน​เรื่องนี้พี่เอสมีไลนที่คุยกับสตาฟคนนั้นสามารถยืนยันได้ว่าสตาฟตอบแบบนี้

[3.] จากนั้นประมาณ 2-3 ทุ่ม มีสตาฟผู้หญิงก็ถือกล่องมงกุฎมาให้ฟ้าใส​เพื่อให้ใส่อำลาตำแหน่ง ฟ้าใสก็เลยได้ใส่มงกุฎอำลาตำแหน่งตามที่ทุกคนเห็นในค่ำคืนนั้น แต่พอน้องอำลาตำแหน่งเสร็จ​น้องสตาฟผู้หญิงที่ถือมงกุฎมาให้ ก็เข้ามาห้องแต่งตัวทันที​เพื่อขอมาเก็บมงกุฎคืน ฟ้าใสจึงเดินมาหาพี่เอสและพูดแบบจะร้องให้ว่า พี่เอสช่วยขอเขาหน่อยได้ไหมว่า หนูอยากใส่มงกุฎไปถ่ายรูปกับแฟนคลับสัก15นาที​ช่วยขอให้หนูหน่อยนะ

[4.] พี่เอสเลยไปบอกสตาฟผู้หญิงคนนั้นว่า ขอน้องใส่มงกุฎไปถ่ายรูปกับแฟนคลับ15นาทีนะ เดี๋ยวมาถอดคืนให้ จากนั้นน้องก็ได้ออกไปถ่ายรูปกับแฟนคลับแบบในภาพที่ทุกคนเห็น โดยมีสตาฟท่านนึงเดินถือกล่องมงกุฎประกบน้อง​ตลอดเวลาและคอยบอกน้องว่าหมดเวลาแล้ว แต่พี่เอสเข้าใจว่าสตาฟก็ทำหน้าที่ของเขา​แต่ก็อดสงสารฟ้าใสไม่ได้

[5.] สุดท้ายน้องก็มาถอดมงกุฎให้สตาฟท่านนั้น​ในห้องแต่งตัว นี่คือความจริงทั้งหมดในวันนั้นทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น​จะได้ไม่ต้องคาดเดาอะไร ส่วนเรื่องที่ทุกคนอยากรู้​จะมาเล่าให้ฟังเร็วๆนี้เพราะทุกอย่างต้องกลั่นกรองเพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งพาดพิงใคร​ในทางเสียหาย​อยู่บนความจริงทางกฎหมายมากที่สุด

[6.] พี่เอสเคลื่อนไหวอีกครั้งกับการโพสต์เฟซบุ๊กว่า ข้อคิดสำหรับเช้าวันนี้นะครับ​เวลาเราจะทำข้อตกลงอะไรกับใครบางอย่าง​มันมักจะมาจาก3​เหตุผล 1. ยอม 2.ต้องยอม 3.ถูกบีบให้ยอม

ใครพูดความจริง? เอส อนุสิทธิ์ ผู้จัดการฟ้าใส & ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand มหากาพย์ดราม่า ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ไร้มงกุฏและสายสะพาย

 

ใครพูดความจริง? เอส อนุสิทธิ์ ผู้จัดการฟ้าใส & ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand มหากาพย์ดราม่า ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ไร้มงกุฏและสายสะพาย

ส่วนทางด้าน ปุ้ย ปิยภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand ก็ไม่ปล่อยให้กระแสดราม่าโจมตีกองประกวดฝ่ายเดียว เพราะได้ออกมาเคลียร์ประเด็นนี้เช่นกัน

[1.] พี่ปุ้ยบอกว่าเรื่องมงกุฏในวันงานที่น้องต้องอำลาตำแหน่ง ทางกองจัดเตรียมอย่างดีเพื่อให้น้องใส่อำลานำส่งขัดทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย

[2.] มงกุฏได้เตรียมไป และอยู่ในรถ เพื่อนำไปใช้ในเวลาที่ฟ้าใสต้องใช้ ถ้าบอกว่าอยู่ที่บ้านคงไม่สมเหตุสมผล เพราะมันคงไปเอาไม่ทันแน่ๆ ช่วงบ่ายค่ำฝนตกหนักมากในวันนั้น และรถก็ติดมาก

[3.] พี่ปุ้ยบอกว่ากองไม่ให้น้องใส่มงกุฏถ่ายรูปกับแฟนคลับ เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นจริง เพราะได้สอบถาม และฟังจากผู้ที่ดูแลมงกุฏในวันนั้น ได้รับคำตอบไม่เหมือนกันค่ะ

[4.] ส่วนเรื่องของการเซ็นต์ไม่เซ็นต์สัญญาในการตกลงกันทุกอย่างนี้ พี่ปุ้ยบอกว่าเป็นข้อตกลงที่ทำขึ้นพร้อมกันระหว่างน้องฟ้าใส และกอง ต่อหน้าทนายความทั้งสองฝ่าย และญาติผู้ใหญ่ของน้อง และลงบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเรียบร้อย ย้ำเป็นข้อตกลงและเป็นความพอใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย (ซึ่งเกิดก่อนหน้าที่ผู้จัดการคนใหม่นี้จะมาทำงานกับน้อง)

[5.]ได้คุยไลน์กับน้องเมื่อสองวันที่ผ่านมา น้องบอกว่าไม่เคยเล่าเรื่องข้อตกลงต่างๆ นี้ให้ผู้จัดการท่านนี้ฟังเลย น้องยังบอกว่าถ้าเราไม่ชอบใจให้โทรไปเคลียร์กับผู้จัดการเองเลย เราบอกว่า ไม่ต้องหรอกไม่ใช่ธุระของกองที่ต้องไปคุยอะไรให้วุ่นวาย

[6.]ที่ผ่านมาไปไล่หาข้อมูลเลย กองไม่เคยออกมากล่าวว่าอะไรน้องทั้งสิ้น เรามีแต่บอกว่าให้มองในแง่ดีเข้าไว้ ฟ้าใสเองก็ทำหน้าที่ของเขาอย่างดีแล้ว และในช่วงของการประกวดในปี 2019 ก็เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า TPN ไม่มีการล็อกมงแต่อย่างใด ผลงานใครเป็นที่ประจักษ์ ใครเหมาะสมที่สุดก็เป็นไปตามที่สายตาคนส่วนใหญ่มองเห็น  ผลก็ออกมาตามนั้น

[7.] มีหลายคนถามมาว่าทำไมกองไม่ออกมาพูดอะไร นี่คิดแบบผู้ใหญ่มันจะดีเหรอคะ เรื่องการทำสัญญาก็มีรายละเอียดมากมาย ที่ตกลงกันเพียงสองฝ่าย เราต้องเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกันไหมคะ และวันนี้ที่ออกมาโพสต์อะไรแบบนี้ก็เพราะกองถูกพาดพิงในประเด็นนี้

[8.] พี่ปุ้ยขอย้ำตรงนี้ว่า กองไม่มีประเด็นใดๆ กับฟ้าใสทั้งสิ้นค่ะ เธอก็ทำหน้าที่ของเธอแล้ว กองก็ทำหน้าที่ของกองแล้ว มีหลายคนกังวลว่าฟ้าใสจะไม่ได้มาอำลาตำแหน่ง จะไม่ได้มามอบมงกุฏ  ซึ่งการเตรียมงานเหล่านี้จะเรียกตัวมากระทันหันไม่ได้หรอกนะคะ ต้องมีการวางแผน ต้องมีการซ้อมคิว มากมายหลายอย่าง  คงได้เห็นแล้ว

[ 9.] ฝากประเด็นไว้ให้กับผู้ที่โพสต์เรื่องราวนี้ขึ้นมา อยากแค่ถามว่า คิดดีแล้วเหรอคะว่าการเปิดประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี คุณรับรู้เรื่องราว หรือได้เห็นข้อตกลงต่างๆ ในเอกสารด้วยตาตัวเองหรือเปล่า นี่มีความคิดเห็นส่วนตัวว่าเมื่อน้องครบวาระแล้ว น้องก็จะเป็นตำนานตลอดไป เธอก็จะเดินไปบนเส้นทางแห่งตนเองต่อไปอย่างงดงามตามครรลองของตัวเธอเอง เพราะเธอเป็นคนสวย เก่ง ฉลาด  ฝากไว้นะคะ

[10.] พี่ปุ้ยปิดท้ายว่าสำหรับทุกท่านเราจะขอโพสต์เรื่องนี้ครั้งนี้แล้วพอนะคะ เพราะมองแล้วไม่เห็นประโยชน์อันใดที่จะต่อความยาวสาวความยืดค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านข้อความยาวๆ นี้ค่ะ ดูแลสุขภาพกันดีๆ นะคะ

 

ทั้งนี้เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ออกมาพูดในมุมของตัวเองแต่กลายเป็นหนังคนละม้วน ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความจริงนี้เป็นอย่างไร แต่ที่ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ ได้อย่างแน่นอนเรื่องนี้ต้องมีใครสักคนไม่ได้พูดความจริง! 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด