นุ๊ก สุทธิดา เผยหมอตรวจพบค่ามะเร็งสูง เตรียมกลืนแร่รอบ 2

31 ม.ค. 2564 เวลา 9:51 น.

"นุ๊ก สุทธิดา" อัปเดตอาการ เตรียมกลืนแร่รอบ 2 หลังหมอตรวจเจอค่ามะเร็งสูง พร้อมทั้งเจอเอฟเฟกต์ผมร่วง ผิวแห้งกร้านจากการปรับยา

หลังจากก่อนหน้านี้ที่นักแสดงสาว นุ๊ก สุทธิดา ได้เผยถึงอาการป่วยจากโรคมะเร็งไทรอยด์ที่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง จากข่าวนี้เองทำให้มีแฟนๆ ส่งกำลังใจมาให้เธอกันเพียบ โดยล่าสุดสาวนุ๊ก ได้โฟนอินเล่าถึงอาการเบื้องต้น ผลกระทบที่เจอในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งแชร์แรงบันดาลใจในการสร้างกำลังใจให้กับตนเองผ่านทางรายการ ถามสุดซอย Weekend หลังจากพบว่าค่ามะเร็งสูงขึ้นว่า

โดยเจ้าตัวได้เผยว่า "มันไม่ได้อาการทรุดหรอกค่ะ แต่ว่าผลเลือดค่ามะเร็งมันสูง แล้วก็จะต้องปรับยา ซึ่งพอปรับยาเสร็จเอฟเฟกต์มันก็อาจจะเกิดบ้าง เช่น ผมร่วง ผิวกร้าน เดี๋ยวเดือนกุมภาพันธ์ก็ต้องไปตรวจอีกที ถ้าค่ามะเร็งสูงก็จะต้องกลืนแร่อีกรอบ"

กลืนแร่มันเป็นยังไง?

"มันทำให้เราทรมานมากกว่า มันจะคล้ายๆ การให้คีโมกับการรักษาโควิด มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมาก คือโดนกักตัวอยู่คนเดียว พอได้ยาไปปุ๊บ ร่างกายเรามันก็กระอักกระอ่วน ทุกอย่างมันอยากจะออกหมดเลย แล้วเราก็ต้องดูแลตัวเองอยู่คนเดียวเหมือนโควิดค่ะ"

กลืนแร่ คือการให้รังษีเข้าไปอยู่ในแร่ เข้าไปรักษาอาการใช่ไหม?

"คือไปฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ว่าก็จะทำให้เซลล์อื่นๆ เราอ่อนแอ จริงๆแล้วชีวิตคนเราสามารถกลืนได้แค่ 6 ครั้ง ไม่งั้นเราจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่ของนุ๊กเพิ่งกลืนไปได้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าถามว่ามีโปรเจคที่จะกลืนกี่ครั้ง เราจะไม่ทราบ เราต้องดูไป ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้พูดไปถึงข้างหน้าค่ะ เขาก็คงกลัวว่าคนไข้จะกังวลด้วย เพราะว่ากลืนปุ๊บคุณหมอก็จะไม่บอกผลอื่นๆ เลย จน 6 เดือนข้างหน้า ใกล้ๆ ที่จะกลืนอีกรอบ อาจจะเริ่มได้คุยกันแล้วว่าค่ามะเร็งยังไม่ลง ก็อาจจะต้องกลืนอีกรอบค่ะ"

ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันไหม ?

"อาการทั่วไปไม่มี แต่ถ้าจะมีจริงๆ คือถ้านอนน้อยจะรู้สึกว่ามีผลกระทบต่อร่างกาย จะเบลอ ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน ต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน แต่นอกเหนือจากอาการอื่นๆไม่มี นอกเหนือจะเป็นเรื่องจิตใจว่าเราดูแลจิตใจยังไง เราคิดยังไงกับการที่เราไม่สบาย ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้ซีเรียสอะไร เข้าใจธรรมชาติของมัน เราก็จะอยู่แบบสบายๆค่ะ"

มีแผนการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองยังไง

"ต้องบอกว่าอาจจะเป็นโชคดีที่เราผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาเยอะ โดยเฉพาะเคยเป็นโรคซึมเศร้า ฉะนั้นเราจะรู้ได้ว่าชีวิตเรา อะไรคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ เราก็คิดแต่เรื่องความหมาย ไม่ได้คิดเรื่องผลลัพธ์ของการมีชีวิตค่ะ เราก็เลยไม่รู้ว่าการมีชีวิตอยู่อย่างนี้ ยาวนานมันจะมีคุณค่ามากไปกว่าอยู่เพื่อใคร หรือเราทำอะไรในแต่ละวัน แล้วด้วยความเข้าใจด้วยแหละว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มันก็ทำใจง่ายไม่ได้คิดอะไรมาก บวกกับที่เรามีลูกอยู่ก็จะมีเรื่องราวให้เราทำได้ทุกวัน เลยไม่เคยคิดว่าทำไมต้องตาย ทำไมเป็นเรา"