นานาชาติผุดเทรนด์ "รักษ์โลก" ในงาน World Expo 2020 Dubai

12 ต.ค. 2564 เวลา 8:05 น. 103

งาน World Expo Dubai 2020 หลายประเทศมาพร้อมนวัตกรรมรักษ์โลก เพิ่มพื้นที่สีเขียว และ นำเสนอด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กระตุ้นเตือนให้มนุษย์และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

192 ประเทศโบกสะบัดธงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มงาน World Expo 2020 Dubai

เปิดฉากอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับงาน World Expo 2020 Dubai ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จะจัดขึ้น 6 เดือนเต็มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 – 31 มีนาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “เชื่อมความคิด สร้างอนาคต: Connecting Minds, Creating the Future” โดยมี 192 ประเทศเข้าร่วมงาน

งาน World Expo 2020 Dubai จัดขึ้น 5 ปีครั้ง เลื่อนมาจากปีที่แล้วด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 งานนี้จึงเป็นเวทีให้แต่ละประเทศโชว์ศักยภาพในหลากหลายแง่มุม หลายประเทศโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ โอกาส สปริงนิวส์ ขอหยิบยก ธีม “ความยั่งยืน” ที่หลายประเทศ มุ่งไปทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และ ปรับให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติมากขึ้น 
 

พาวิลเลียนของ "ดูไบ" เจ้าภาพจัดงานเน้นใช้พลังงานโซลาร์เซล

พาวิลเลียนมรดกจากงาน Expo 
เจ้าภาพอย่างดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สร้างอาคารโดยออกแบบเป็นปีกนกเหยี่ยว สัญลักษณ์ของความทรงพลังและความสง่างาม หลังคาอาคารออกแบบเป็น  “ปีก”  ที่สามารถเคลื่อนไหวปรับทิศทางของรับแสงอาทิตย์ด้วยแผ่นโซลาร์เซล 28 แผ่น เพื่อให้กักเก็บพลังงานได้มากที่สุด
หลังสิ้นสุดงาน World Expo 2020 Dubai ดูไบวางแผนจะรักษาพาวินเลียนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เป็นพื้นที่ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก โดยดูไบมีแผนสร้าง District 2020 เป็นการสร้างย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยขึ้นใหม่โดยเน้นการสร้างชุมชน ตามแผนจะมีการสร้างพื้นที่พักอาศัยขนาด 700,000 ตารางเมตร ฮับทางธุรกิจ พื้นที่ทางการศึกษา และสวนขนาดประมาณ 6 สนามฟุตบอล

ในอดีตหลายประเทศ ได้มรดกจากงาน Expo ยักษ์ใหญ่ อย่าง “หอไอเฟล” ก็สร้างขึ้นจากการประกวดสร้างหอสูงสำหรับงาน International Exposition ในปี 1889 เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบปฏิวัติฝรั่งเศส และ ยังใช้ตัวอาคารเป็นประตูทางเข้างานด้วย มรดกที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน หอไอเฟล กลายเป็นแลนด์มาร์กและสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศฝรั่งเศสที่รู้จักไปทั่วโลก 

สิงคโปร์โชว์ธีม Nature Nature Nature

สิงคโปร์พาวิลเลียน มาในธีม Nature Nature Nature

สิงคโปร์โชว์วิสัยทัศน์การอยู่ร่วมกันของธรรมชาติและมนุษย์

ในบรรดากลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน พาวิลเลียนของสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งพาวิลเวียนที่น่าสนใจ งานนี้สิงคโปร์มาพร้อมด้วยคอนเซ็ปต์ “Nature. Nurture. Future.” หรือ ธรรมชาติหล่อเลี้ยงอนาคต เน้นการออกแบบพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นเมืองที่ทั้งอัจฉริยะและยั่งยืน ผสานความสามารถด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้าด้วยกัน

สิงคโปร์จึงสร้างพาวิลเลียน เป็นป่าขนาดย่อมกลางดูไบ เป็นสวนทรงกรวย ด้วยแนวคิดที่ต้องการดึงธรรมชาติและมนุษย์ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ พาวิเลียนของสิงคโปร์จึงปกคลุมไปด้วยพื้นที่สีเขียว ต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ อากาศเย็นสบาย

สิงคโปร์ผสานนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยสร้างหุ่นยนต์ดูแลต้นไม้ และสร้างนิทรรศการกล้วยไม้จำลองที่สื่อสารถึงความเป็นสิงคโปร์อันมุ่งเน้นเรื่องพื้นที่สีเขียวภายในเมือง

สเปนชู “สถาปัตยกรรมที่หายใจได้”

พาวิลเลียนของเสปน โดดเด่นด้วยสีสันสดใสด้วยการออกแบบโครงสร้างจากพลาสติกและวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ พาวิลเลียนนี้ออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวความคิด “สถาปัตกรรมที่หายใจได้” เพื่อสื่อความหมายแฝงถึงเรื่องขยะที่เกิดจากพลาสติก

เยอรมนี เน้นใช้วัสดุรีไซเคิล

พาวิลเลียนของเยอรมนี จัดอยู่ในหมวด ของ Sustainability หรือ กลุ่มที่เน้นไปในด้านความยั่งยืน มีธีมหลักคือ “Design For The Future” เลือกใช้วัสดุรีไซเคิลสะดวกต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ แนวคิดหลัก คือ สื่อถึงการสร้างเมืองอนาคต และ การสร้างโลกที่ดีกว่า

บราซิลพาสัมผัสผืนป่าอเมซอน บราซิลพาเที่ยวป่า “อเมซอน”
บราซิลเป็นอีกหนึ่งพาวิลเลียน ที่อยู่ในหมวดความยั่งยืน พาชมผืนป่าอเมซอน พร้อมกับฟังเสียงธรรมชาติ โชว์ความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยธีมการเนรมิตแม่น้ำอเมซอน ให้ผู้เข้าชมงานได้จุ่มเท้าลงไปในน้ำชโลมให้เย็นชื่นใจ 

เนเธอร์แลนด์ โชว์ฟาร์มแนวตั้ง
เนเธอร์แลนด์ มาในแนวความยั่งยืนเต็มรูปแบบ บูรณาการ Climate System พร้อมโชว์นวัตกรรมการเพาะปลูกอย่างฟาร์มแนวตั้ง 

ศาลาไทยอลังการ ชูนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทย
ประเทศไทย เสนอนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทย
สำหรับ “อาคารแสดงประเทศไทย” (Thai Pavilion) เป็นหนึ่งในอาคาร Self-Build Pavilion ตั้งอยู่โซน Mobility ขนาดพื้นที่ 3,606 ตรม. หรือ 2.25 ไร่ ถือเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยเข้าร่วมในงานเวิลด์เอ็กซ์โป โดยการออกแบบ นำเอาเสน่ห์ของคนไทย (Thai Hospitality) มาร้อยเรียงอยู่ในทุกองค์ประกอบ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมตั้งแต่แรก
อาคารแสดงประเทศไทยพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนสู่อนาคต” (Mobility for the Future) นำเสนอนโยบายการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการ ทั้ง 4 ห้องหลัก 
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทย ‘The Taste of Thai’ ให้ผู้เข้าชมงาน ที่คาดว่าจะมีมากถึง 25 ล้านคน ได้ลิ้มรสและเข้าถึงอาหารไทยด้วยและนำสินค้าของที่ระลึกไทยมาจำหน่ายผ่านร้าน ‘Thai Souk’ ที่คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพจากประเทศไทยมาร่วมสร้างความประทับใจ
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด