ภรรยา ‘จอร์จ คลูนีย์’ ร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีสองนักข่าวเมียนมา

ภรรยาของจอร์จ คลูนีย์ ร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีสองนักข่าวเมียนมา ที่ถูกทางการเมียนมาจับกุมตัวฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการเมื่อปลายปีที่แล้ว

อามัล คลูนีย์ ทนายความสิทธิมนุษยชนและภรรยาของจอร์จ คลูนีย์ นักแสดงชาวอเมริกันรุ่นใหญ่ได้ตอบรับเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายในคดีสองนักข่าวรอยเตอร์สที่ถูกทางการเมียนจับกุมตัวจากการรายงานข่าวโรฮิงญา โดยแถลงการณ์จากสำนักงานของอามัล คลูนีย์ ระบุว่า นายว้า โลน วัย 31 ปี และนายเขียว โซ อู วัย 27 ปี นักข่าวสองคนของรอยเตอรส์ถูกดำเนินคดีเพียงเพราะพวกเขารายงานข่าวตามหน้าที่ ซึ่งภายหลังตรวจสอบสำนวนคดีแล้ว จึงเห็นได้ชัดว่านักข่าวทั้งสองคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์และควรได้รับการปล่อยตัว

นอกจากนี้ อามัล คลูนีย์ ยังระบุด้วยว่า ผลของคดีจะบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของทางการเมียนมาต่อหลักนิติธรรมและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจน

“ผลการพิจารณาคดีนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเมียนมายึดมั่นในหลักนิติธรรมและเคารพในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือไม่” คลูนีย์กล่าว

ขณะที่นายซอว์ เทย์ โฆษกรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธแสดงความเห็นต่อคำกล่าวของอามัล คลูนีย์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าการจับกุมสองนักข่าวเป็นการคุกคามเสรีภาพสื่อ ส่วนเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า นักข่าวทั้งสองไม่ได้ถูกจับกุมเพราะรายงานข่าว แต่ทั้งคู่มีความผิดฐานครอบครองข้อมูลลับของรัฐบาลอย่างผิดกฎหมาย

 

 

ที่ผ่านมานายว้า โลน และนายเขียว โซ อู รายงานข่าวเกี่ยวกับวิกฤตผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามาโดยตลอด โดยทั้งสองหายตัวไปที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ภายหลังเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ  ก่อนถูกทางการเมียนมาจับกุมในข้อหาได้รับข้อมูลมาโดยมิชอบ และมีเจตนาแบ่งปันข้อมูลที่เป็นความลับเกี่ยวกับชาวโรฮิงญาให้แก่สื่อต่างชาติ ซึ่งถือว่าละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการเป็นสายลับ และมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สเผยแพร่รายงานโดย นายว้า โลน และนายเขียว โซ อู  ที่มีรายละเอียดว่า พบหลักฐานสำคัญชี้ชัดว่ากองทัพเมียนมาลงมือสังหารหมู่ชาวมุสลิมโรฮิงญา นอกจากนี้ ยังมีการขุดพบร่างของชาวโรฮิงญาจากหลุมฝังศพขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ 10 ราย ในหมู่บ้านอินดิน ห่างจากเมืองสิตตะเวในรัฐยะไข่ ไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตรด้วย  ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า รายงานดังกล่าว เชื่อว่า เป็นเหตุผลเบื้องหลังการจับกุมนายว้า โลน และนายเขียว โซ อู