เหล้าเถื่อนระบาดหนักอินโดนีเซีย เสียชีวิตเฉียดร้อย

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ หลังเกิดวิกฤตเหล้าเถื่อนระบาด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คนแล้ว ผู้ต้องหาบางรายยอมรับ ผสมยากันยุงและยาแก้ไอลงไปด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากวิกฤตเหล้าเถื่อนระบาดตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พุ่งสูงกว่า 90 รายแล้ว ถือเป็นวิกฤตเหล้าเถื่อนครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี พร้อมเตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงขึ้นอีก โดยเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในกรุงจาการ์ตา จังหวัดชวาตะวันตก และพื้นที่ทางตะวันออกสุดของจังหวัดปาปัว ซึ่งนอกเหนือจากผู้เสียชีวิตเฉียดร้อยแล้ว ยังมีประชาชนอีกหลายสิบคน ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล


ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลท้องถิ่นเมืองบันดุง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ตา รวมถึงพื้นที่โดยรอบ จึงประกาศภาวะฉุกเฉิน เบื้องต้น ตำรวจได้จับกุมมิจฉาชีพ 9 คนที่เกี่ยวข้องกับการทำเหล้าเถื่อนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงตามล่าตัวผู้ค้าเหล้าเถื่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักขายแบบใต้โต๊ะ ตามร้านจำหน่ายข้างถนน ซึ่งบางครั้งผู้ค้าเหล่านี้ ก็เป็นคนทำเหล้าเถื่อนเองด้วย


ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งสารภาพว่า ผสมยากันยุงและยาแก้ไอ เข้าไปในแอลกอฮอล์บริสุทธ์ เพื่อให้ได้รสชาติเหมือนเหล้าจริงๆ ส่วนอีกรายยอมรับว่า ผสมแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เข้ากับโคคาโคลา และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
แม้ประชากรส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ปฎิบัติแบบสายกลาง ไม่เคร่งครัดจนสุดโต่ง ซึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น มีจำหน่ายในหลายเมืองใหญ่อย่างเปิดกว้าง แต่ด้วยภาษีที่สูงทำให้มีราคาแพงมาก จนบางครั้งประชาชนที่ไม่ร่ำรวยนัก จะไปซื้อหาเหล้าเถื่อนมาบริโภคแทน


ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2015 รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งห้ามการจำแหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามร้านสะดวกซื้อและร้านค้าส่วนใหญ่ นอกเหนือจากบนเกาะบาหลี ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หาซื้อได้ลำบากกว่าแต่ก่อน เพราะจะเหลือเพียงตามห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง และโรงแรมเท่านั้น ขณะที่ วิกฤตเหล้าเถื่อนระบาดครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น คือ เมื่อปี 2016 ที่มีผู้เสียชีวิต 36 คนในจังหวัดชวากลาง