"อีโบลา" ระบาดต่อเนื่องในสาธารณรัฐคองโก

20 พ.ค. 2561 เวลา 3:35 น.

รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกเผย พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเพิ่มอีก 3 รายในเมืองบันดาคา ถือเป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสนี้ กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐคองโกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในเมืองบันดาคาอีก 3 ราย ภายหลังไม่นานมานี้ ทางการยืนยันการพบผู้ติดเชื้อรายแรกในเมืองบันดาคา ซึ่งมีประชากรมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน ทำให้ตอนนี้ ยืนยันผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะติดเชื้อแล้ว 43 คน ยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว 17 คน

รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกเผย พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเพิ่มอีก 3 รายในเมืองบันดาคา ถือเป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสนี้ กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ

รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกเผย พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเพิ่มอีก 3 รายในเมืองบันดาคา ถือเป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสนี้ กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ

การพบผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกอีโบลาในเมืองบันดาคานี้ เป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสอีโบลา กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไปยังพื้นที่อื่นๆของสาธารณรัฐคองโก นับแต่เริ่มเกิดการระบาดในจังหวัดอีควาทัวร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกเคยเตือนว่า การที่ไข้เลือดออกอีโบลาแพร่ระบาดไปถึงพื้นที่อื่นๆ จะยิ่งทำให้การต่อสู้กับไวรัสอีโบลา ซับซ้อนมากขึ้นอีก เพราะการจะหาแนวทางรักษานั้น จะต้องตรวจสอบที่มาของพาหะนำโรคที่แน่ชัดให้ได้ ไม่เพียงเท่านั้น เมืองบันดาคา ยังติดกับแม่น้ำคองโก ที่เชื่อมโยงไปถึงกรุงกินชาซา ซึ่งอยู่ห่างลงไปทางตอนใต้หลายร้อยกิโลเมตร ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสอีโบลาอาจแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่นๆ รวมถึงประเทศใกล้เคียงที่อยู่ติดกับแม่น้ำคองโกด้วย

รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกเผย พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเพิ่มอีก 3 รายในเมืองบันดาคา ถือเป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสนี้ กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ

อีโบลานั้น เป็นไวรัสที่มีอันตรายถึงชีวิตและแพร่ระบาดได้ง่าย ส่งผลให้การควบคุมการระบาดของโรคนั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะหากเกิดการระบาดในตัวเมือง ที่ผู้คนเคลื่อนที่และปฎิสัมพันธ์อยู่ตลอด ขณะที่การแพร่ระบาดครั้งนี้ เป็นไวรัสอีโบลาสายพันธุ์เดียวกับที่เกิดการระบาดขึ้นในปี 2013 ถึง 2015 ในประเทศแถบแอฟริกันตะวันตก โดยสังหารประชาชนไปมากถึง 1 หมื่น 1 พัน 300 คน ถือเป็นวิกฤตอีโบลาระบาดครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่องค์การอนามัยโลกยืนยันผู้เสียชีวิตจากการระบาดครั้งนี้ได้แล้ว 25 คน

รัฐบาลสาธารณรัฐคองโกเผย พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเพิ่มอีก 3 รายในเมืองบันดาคา ถือเป็นหลักฐานว่าเชื้อไวรัสนี้ กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ