‘นาจิบ ราซัค’ เผย การสอบปากคำเป็นไปอย่างมืออาชีพ

22 พ.ค. 2561 เวลา 9:31 น.

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผย การสอบปากคำเป็นไปอย่างมืออาชีพ หลังเข้าให้ปากคำในการสอบสวนคดีทุจริตที่เกี่ยวโยงกับกองทุน 1MDB ของรัฐ ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา

ช่วงเช้าวันนี้ นายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เข้าให้ปากคำกับประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาเลเซีย หรือ เอ็มเอซีซีในคดีทุจริต กองทุน วัน มาเลเซีย เดเวลอปเมนท์ เบอร์ฮาด หรือ 1MDB ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น หลังมีเงินจำนวน 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกโอนจากกองทุนไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาอย่างต้องสงสัย  ซึ่งภายหลังการให้ปากคำ นายนาจิบ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปอย่างมืออาชีพ

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผย การสอบปากคำเป็นไปอย่างมืออาชีพ  หลังเข้าให้ปากคำในการสอบสวนคดีทุจริตที่เกี่ยวโยงกับกองทุน 1MDB ของรัฐ ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา

ด้านนายโมฮัมหมัด ชูคริ อับดุล ประธานคนใหม่ของเอ็มเอซีซี แถลงว่า นายนาจิบถูกเรียกมาสอบปากคำกรณี เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ยังไม่ใช่การจับกุมตัวเขา พร้อมทั้งระบุว่า เอ็มเอซีซี สามารถติดตามเส้นทางเงินจากเอสอาร์ซีได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีการทำธุรกรรมผ่านทางหน่วยงานของมาเลเซียโดยตรง และมีจำนวนเงินบางส่วนถูกโอนจากกองทุน 1MDB ผ่านธนาคารและบริษัทต่างชาติ

ทั้งนี้ เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งโดยรัฐบาลของนายนาจิบเมื่อปี 2011 มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการลงทุนในต่างประเทศด้านทรัพยากรพลังงาน โดยภายหลังได้กลายมาเป็นหน่วยงานหนึ่งในกองทุน 1MDB ก่อนที่จะถูกโอนไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังในปี 2012

ขณะเดียวกัน นายโมฮัมหมัด ชูคริ อับดุล ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2015 เขาเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก และเคยถูกขอให้ถอนตัวจากการสอบสวนกรณีทุจริต 1MDB

นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ เอ็มเอซีซี บางคนถูกจับกุมตัว และพยานหลักฐานหายตัวไปอย่างลึกลับในช่วงต้นของการสอบสวนคดีดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม นายโมฮัมหมัด ชูคริ อับดุล ระบุว่า เขาไม่ต้องการแก้แค้น โดยคณะทำงานเฉพาะกิจจะมุ่งเไปที่การดำเนินคดีอาญาต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริต, กฎหมายต่อต้านการฟอกเงินและประมวลกฎหมายอาญา

ที่ผ่านมา นายนาจิบปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำผิด นับตั้งแต่ สื่อสหรัฐฯเปิดโปงกรณีดังกล่าวเมื่อปี 2015 ส่วนกรณีเงินจำนวน 681 ล้านเหรียญที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารส่วนบุคคลของเขาเป็นเงินที่มาจากการบริจาคของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้มาจากกองทุนที่เขาก่อตั้งขึ้นแต่อย่างใด

ขณะที่ล่าสุด มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของเอ็มเอซีซี ได้พบกับเจ้าชายซาอุดีอาระเบียแล้วและพบว่ามีการบริจาคเงินเกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถขอหลักฐานได้ ส่วนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ทางการจะติดตามการสืบสวนเกี่ยวกับกองทุน 1MDB อย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวเสริมว่า สหรัฐฯเตรียมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทางการมาเลเซียในประเด็นนี้