ต่างประเทศ

พายุชงดารีถล่มญี่ปุ่นอ่วม อินเดียผจญน้ำท่วมหนัก เสียชีวิตกว่า 60 คน

พายุชงดารี ลดระดับเป็นพายุโซนร้อนแล้ว หลังพัดเข้าถล่มญี่ปุ่น แต่ยังคงเคลื่อนตัวสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ มีผู้บาดเจ็บแล้วเกือบ 20 คน ขณะที่อินเดียเผชิญอุทกภัยหนักในพื้นที่ทางตอนกลาง เสียชีวิตกว่า 60 คน

พายุชงดารีถล่มญี่ปุ่น 150,000 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

หลังจากพายุไต้ฝุ่นชงดารี พัดถล่มจังหวัดมิเอะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น บนเกาะฮอนชู เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา ตอนนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับลดระดับความรุนแรงของพายุ เป็นพายุโซนร้อนแล้ว แต่พายุยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในญี่ปุ่น ไปทางทิศตะวันตก ซึ่งอิทธิพลยังคงก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ทางการญี่ปุ่น ยังคงประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ทั้งดินถล่มและน้ำท่วมเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ มีรายงานความเสียหายจากพายุ อาทิ ลมกระโชกแรงพัดทำลายทรัพย์สิน ไฟฟ้าดับกว่า 150,000ครัวเรือน ในจังหวัดชิสึโอกะ ไอจิ กิฟุ และมิเอะ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการต้องยกเลิกเที่ยวบินในประเทศไปแล้วอย่างน้อย 160 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

ส่วนรายงานผู้บาดเจ็บนั้น ตอนนี้ มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 16 คน ใน 5 จังหวัด แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ กระแสลมแรงจากอิทธิพลของพายุ ทำให้เหตุเพลิงไหม้ในเมืองเกียวโต ลุกโหมแรง และมีผู้เสียชีวิต 1 คน ถือเป็นการเสียชีวิตโดยอ้อมจากพายุลูกนี้

ต้องยอมรับว่าพายุโซนร้อนชงดารี พัดถล่มญี่ปุ่นครั้งนี้ เหมือนซ้ำรอยหลายพื้นที่ ซึ่งพึ่งประสบภัยจากน้ำท่วมและดินถล่มเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 219 คน และสูญหายอีก 11 คน

รัฐอุตระของอินเดียน้ำท่วมหนัก เสียชีวิตกว่า 60 ราย

ส่วนที่รัฐอุตระประเทศ ทางตอนกลางของอินเดีย ฝนที่ตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนหลายพันคน

จนถึงตอนนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้แล้ว กว่า 60 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 52 คน ทั้งจากน้ำท่วม ฟ้าฝ่า และฝนที่ตกหนักจนทำให้อาคารแห่งหนึ่งพังถล่ม

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อินเดียนั้น เผชิญกับฝนตกหนักในช่วงฤดูมรสุม เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ของทุกปี ถึงแม้ว่าน้ำฝนจะเป็นสิ่งจำเป็นของชาวไร่ชาวสวน แต่ก็สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละปี