เปิดประวัติ "จอร์จ บุช ผู้พ่อ" อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

01 ธ.ค. 2561 เวลา 6:25 น.

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งมีบทบาทนำอเมริกาในช่วงเวลาสิ้นสุดสงครามเย็น ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ ตามเวลาของสหรัฐฯ ด้วยวัย 94 ปี

แถลงการณ์ของอดีตประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช หรือบุชผู้ลูก ระบุว่า “ เจ็บบ์, นีล, มาร์วิน, โดโร และผม มีความเสียใจที่จะประกาศว่า หลังใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดามา 94 ปี บิดาอันเป็นที่รักของเราได้เสียชีวิตลงแล้ว”

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งมีบทบาทนำอเมริกาในช่วงเวลาสิ้นสุดสงครามเย็น ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ ตามเวลาของสหรัฐฯ ด้วยวัย 94 ปี

ทั้งนี้ บุชผู้พ่อ เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1924 เขาเป็นบุตรของนักการธนาคารและวุฒิสมาชิกจากรัฐคอนเนคทิคัท

นายบุชเคยเป็นนักบินของกองทัพเรือที่อายุน้อยที่สุดในวัยเพียง 18 ปี หลังกองทัพญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเพิร์ล ฮาร์เบอร์ของสหรัฐฯ เขาเคยขึ้นบินรบมาแล้วถึง 58 ภารกิจ

เครื่องบินของเขาเคยถูกยิงตกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาต้องสละเครื่องบินและเกือบถูกกองทัพญี่ปุ่นจับตัวได้ แต่เรือดำน้ำสหรัฐฯมาช่วยเขาไว้ได้ทัน ในขณะที่เพื่อนร่วมบินอีกสองคน ไม่มีใครเคยพบศพอีกเลย และบุชผู้พ่อปิดปากเงียบไม่เล่าประสบการณ์ในช่วงสงครามเลย จนผ่านมาอีกหลายทศวรรษจึงยอมพูดถึง

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งมีบทบาทนำอเมริกาในช่วงเวลาสิ้นสุดสงครามเย็น ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ ตามเวลาของสหรัฐฯ ด้วยวัย 94 ปี

หลังกลับจากการรบในแปซิฟิก นายบุชกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเยล และพบกับนางบาร์บารา คู่ชีวิตของเขาที่นั่น และเขามีอาชีพเป็นพ่อค้าน้ำมัน ต่อมาเขาจึงเข้าสู่การเมืองสหรัฐฯ และได้รับเลือกให้เป็นทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติในยุคของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน รวมถึงเป็นประธานกรรมการพรรครีพับบลิกันในช่วงกรณีอื้อฉาววอเตอร์เกต

นอกจากนี้ในปี 1976 บุชผู้พ่อเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯหรือซีไอเอด้วย ก่อนที่ลงสมัครเป็นรองประธานาธิบดีของนายโรนัลด์ เรแกน

ในปี 1988 นายบุชชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 41 และ 4 ปีต่อมา เขาพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งจากพรรคเดโมแครต นั่นก็คือนายบิล คลินตัน แต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิด

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งมีบทบาทนำอเมริกาในช่วงเวลาสิ้นสุดสงครามเย็น ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ ตามเวลาของสหรัฐฯ ด้วยวัย 94 ปี

อย่างไรก็ตาม ในวัยชรา นายบุชป่วยด้วยโรคพาริกินสัน และไม่ค่อยได้ปรากฎตัว รวมถึงแสดงความเห็นต่อที่สาธารณะมากนัก

นโยบายที่โดดเด่นของบุชผู้พ่อคือ การนำประเทศในช่วงสุดท้ายของสงครามเย็นที่สหภาพโซเวียตล่มสลายและเยอรมนีรวมประเทศ นอกจากนี้ยังมีการสร้างกองทัพนานาชาติในปี 1990 ที่มีทหารอเมริกันมากกว่าสี่แสนนายเข้าร่วม ในการขับไล่กองทัพอิรักออกจากคูเวต ในสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก

การเข้าร่วมสงครามอ่าวครั้งแรกทำให้โลกได้เห็นถึงแสนยานุภาพด้านการทหารที่ก้าวกระโดดของสหรัฐแบบไร้คู่แข่ง และสร้างความมั่นใจให้กับประเทศกลับมาหลังยุคสงครามเวียดนาม

ทั้งนี้ นายจอร์จ บุช คือรองประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรก นับตั้งแต่ปี 1836 ที่สามารถชนะการเลือกตั้งมาเป็นประธานาธิบดีได้ และเป็นผู้นำสหรัฐฯคนที่สองในประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่ได้เห็นลูกชายของตนเองตามรอย ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2000

การถึงแก่อสัญกรรมของบุชผู้พ่อ มีขึ้นหลังนางบาร์บารา บุช ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ร่างของเขาจะถูกฝังเคียงข้างอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่หอสมุดประธานาธิบดีใน คอลเลจ สเตชั่น รัฐเท็กซัส