ข่าว

ตำรวจออสเตรเลียบุกตรวจค้นสถานีโทรทัศน์เอบีซี กรณีเอกสารลับรั่วไหล

ตำรวจออสเตรเลียบุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์เอบีซี ในนครซิดนีย์ อ้างพัวพันกรณีข้อมูลลับของทางการเกี่ยวกับกองทัพออสเตรเลียในอัฟกานิสถานรั่วไหล

ตำรวจหกนายบุกเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของ ออสเตรเลียน บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือเอบีซี ซึ่งเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย พร้อมหมายค้น พุ่งเป้าไปที่นักข่าวอาวุโสและผู้บริหารสื่อรวมสามคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายงานข่าวเชิงสืบสวนเมื่อสองปีก่อน

เมื่อปี 2561 สถานีโทรทัศน์เอบีซีได้รับเอกสารที่ชื่อว่า ดิ อัฟกัน ไฟลส์ ซึ่งระบุว่าหน่วยรบพิเศษของออสเตรเลียได้สังหารผู้บริสุทธิ์ ซึ่งมีทั้งผู้ชายและเด็กในอัฟกานิสถาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติของออสเตรเลียระบุว่าการตรวจค้นนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการตีพิมพ์ข้อมูลลับขณะที่ นายจอห์น ลิยอนส์ บรรณาธิการบริหารของเอบีซีระบุว่า หมายค้นระบุว่า ตำรวจต้องสามารถเข้าถึงข้อความโน้ต อีเมลล์ ร่างเขียนเรื่อง ไฟล์ภาพ และพาสเวิร์ด ของนักข่าว ซึ่งมีเอกสารทั้งหมดรวม 9,214 ฉบับ

นายลิยอนส์ระบุว่านี่คือการโจมตีเสรีสื่ออย่างเลวร้ายมากขึ้น และการกระทำนี้ส่งผลต่อสาธารณชน เขาไม่เคยเห็นการโจมตีสื่อได้ป่าเถื่อนขนาดนี้มาก่อน ทั้งนี้หนึ่งวันก่อนหน้า ตำรวจออสเรเลียได้บุกตรวจค้นบ้านของนักข่าวคนหนึ่งในกรุงแคนเบอร์รา หลังรายงานเรื่องทางการพยายามเพิ่มอำนาจในการสอดส่องการสื่อสารในบ้านของประชาชน อย่างไรก็ตามตำรวจออสเตรเลียระบุว่าการตรวจค้นทั้งสองครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

สำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่ารายงานข่าวทั้งสองกรณีนั้นเกี่ยวข้องกับเอกสารลับและเรื่องอ่อนไหว ซึ่งทำให้รัฐบาลออสเตรเลียและหน่วยงานด้านความมั่นคงขายหน้า ขณะที่นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียพยายามเอาตัวออกห่างจากเรื่องนี้ และย้ำว่าเป็นเรื่องของตำรวจไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ออสเตรเลียยังคงเชื่อมั่นในเรื่องเสรีภาพสื่อ และมีกฎระเบียบในการปกป้องเสรีภาพสื่อ ในขณะเดียวกันก็มีกฎหมายที่ปกป้องความมั่นคงของชาติ ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบมาแล้วจากรัฐสภา

ด้านตำรวจออสเตรเลียระบุว่าไม่ได้มีการแจ้งรัฐมนตรีมหาดไทยก่อนการบุกตรวจค้นสื่อ ในขณะที่สหภาพพันธมิตรสื่อมวลชน ความบันเทิงและศิลปะของออสเตรเลียประณามว่า การบุกตรวจค้นนั้นเป็นความพยายามที่จะคุกคามผู้สื่อข่าวที่มีความชอบธรรม และการที่มีตำรวจบุกไปตรวจค้นสื่อหากพวกเขารายงานความจริงที่ทำให้รัฐบาลขายหน้านั้นกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งพฤติกรรมนี้ควรต้องหยุดได้แล้ว