
SHORT CUT
อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งแรก เพิ่มความเสี่ยงโจมตีไกลกว่าตะวันออกกลางประชาชนบาดเจ็บหลายสิบไม่ไกลจากโรงงานนิวเคลียร์
รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า อียาล ซามีร์ ผู้บัญชาการทหารอิสราเอลแถลงว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธ พิสัย 4,000 กิโลเมตรสองลูก เข้าใส่ฐานทัพดิเอโกการ์เซียของสหรัฐ และอังกฤษในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็น “ครั้งแรก” ที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลขยายความขัดแย้งไปไกลกว่าตะวันออกกลาง
“ขีปนาวุธเหล่านี้ไม่ได้ตั้งใจเล่นงานอิสราเอล พิสัยของพวกมันไปไกลถึงเมืองหลวงของยุโรป เบอร์ลิน ปารีส และโรม ทั้งหมดต่างถูกคุกคามโดยตรง” แถลงการณ์ระบุ
แหล่งข่าวกระทรวงกลาโหมอังกฤษรายหนึ่งเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลให้อำนาจเฉพาะเมื่อวันศุกร์ ให้สหรัฐใช้ฐานทัพอังกฤษโจมตีแหล่งขีปนาวุธอิหร่าน
ต่อมาเมื่อกลางดึกวันเสาร์ อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองดิโมนาและอารัด ทางภาคใต้ของอิสราเอล มีประชาชนบาดเจ็บหลายสิบราย
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงเมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ (22 มี.ค.) ว่า IRGC พุ่งเป้า “สิ่งปลูกสร้างทางทหาร” และศูนย์กลางความมั่นคงทางภาคใต้ของอิสราเอล
พลตรี เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอลโพสต์ผ่าน X ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศทำงานแต่สกัดกั้นการโจมตีไม่ได้ “เราจะตรวจสอบเหตุการณ์และเรียนรู้จากมัน” โฆษกกล่าว
เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลับของอิสราเอลนั้นห่างจากเมืองดิโมนาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 13 กิโลเมตร ทั้งสองเมืองตั้งอยู่ใกล้กับค่ายทหารหลายแห่ง เช่น ฐานทัพอากาศเนวาทิมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมายทางทหาร และอาจลดบทบาทในภูมิภาค โดยเสนอให้ประเทศอื่นเข้ามามีบทบาทดูแลความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐยังคงไม่ชัดเจน โดยแม้จะส่งสัญญาณลดระดับความขัดแย้ง แต่ยังคงมีการส่งกำลังนาวิกโยธินและยุทโธปกรณ์หนักเข้าสู่ภูมิภาค สร้างความสับสนแก่พันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐ