ซาอุดีอาระเบีย โทษ อิหร่าน โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน

16 มิ.ย. 2562 เวลา 10:35 น.

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกมากล่าวโทษว่าอิหร่าน ประเทศที่เป็นอริ เป็นผู้ลงมือโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำกลางอ่าวโอมานเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น โดยเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฏราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงกล่าวว่า ซาอุฯไม่ต้องการให้เกิดสงครามในภูมิภาค แต่ก็จะไม่รีรอที่จะตอบโต้ภัยคุกคามใดๆก็ตามต่อประชาชน, อธิปไตย, ดินแดน และผลประโยชน์ของประเทศเช่นกัน พร้อมกันนี้พระองค์ยังทรงกล่าวอีกว่า รัฐบาลอิหร่านไม่ให้เกียรติการเยือนประเทศของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ซึ่งในขณะที่นายอาเบะเดินทางเยือนกรุงเตหะราน รับบาลอิหร่านกลับโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ และหนึ่งในนั้นก็คือเรือของญี่ปุ่นด้วย

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐก็ได้ออกมากล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือขนส่งน้ำมันทั้ง 2 ลำเช่นกัน

ด้านประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี แห่งอิหร่าน ก็ออกมาตอบโต้ในเรื่องนี้ว่า สหรัฐคือภัยคุกคามอันใหญ่หลวงต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลาง ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านก็ตำหนิสหรัฐว่า สร้างข้อกล่าวหาต่ออิหร่านโดยไม่มีมูลความจริงหรือหลักฐานแม้แต่นิดเดียว และพยายามก่อวินาศกรรมทางการทูต

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้

ซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำกลางอ่าวโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งออกมากล่าวโทษอิหร่านในเหตุการณ์เดียวกันนี้