คลังสหรัฐฯ แจงสื่อ ปัดใช้สกุลเงิน "ดอลลาร์" ต่อกรคู่ค้าทั่วโลก

15 ธ.ค. 2562 เวลา 5:20 น.

รัฐมนตรีคลัง ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอาวุธรับมือกับกรณีพิพาททางการค้ากับบรรดาประเทศต่างๆ ชี้การคว่ำบาตร เพื่อยุติพฤติกรรมประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพและทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี ระหว่างร่วมประชุมโดฮา ฟอรัม เมื่อวันเสาร์ (14ธ.ค.) ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นอาวุธรับมือกับกรณีพิพาททางการค้ากับบรรดาประเทศต่างๆ


รัฐมนตรีคลัง ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอาวุธรับมือกับกรณีพิพาททางการค้ากับบรรดาประเทศต่างๆ ชี้การคว่ำบาตร เพื่อยุติพฤติกรรมประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพและทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

ขณะที่ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) บ่งชี้ว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศของโลกที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงจาก 73% ในปี 2544 มาอยู่ที่ 62% ในช่วงปลายปี 2561


รัฐมนตรีคลัง ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอาวุธรับมือกับกรณีพิพาททางการค้ากับบรรดาประเทศต่างๆ ชี้การคว่ำบาตร เพื่อยุติพฤติกรรมประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพและทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

“ผมขอชี้แจงให้ทุกท่านเข้าใจว่า สหรัฐฯ ไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นอาวุธในการต่อรองหรือเจรจากับคู่ค้า ทุกวันนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างแข็ง แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังบอกว่าดอลลาร์แข็งค่ามากเกินไปด้วยซ้ำ แต่การที่ดอลลาร์แข็งค่าก็เพราะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเพราะผู้คนต้องการถือครองดอลลาร์ เนื่องจากเป็นสกุลเงินที่มีความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรประเทศต่างๆ ที่พิจารณาแล้วเห็นว่าแทรกแซงค่าเงิน”รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าว

ทั้งนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ในจีนและหลายประเทศในยุโรปดำเนินนโยบายสนับสนุนสกุลเงินของตนเองและลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งในส่วนของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ และการทำธุรกรรม โดยเฉพาะตั้งแต่สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายปกป้องการค้าและเพิ่มการคว่ำบาตรประเทศต่างๆที่สหรัฐฯ เห็นว่าดำเนินการค้ากับสหรัฐแบบเอาเปรียบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ ประกาศคว่ำบาตรการค้าดอลลาร์กับอิหร่าน เกาหลีเหนือและอีกหลายประเทศด้วยความหวังว่าประเทศเหล่านี้จะยุติพฤติกรรมที่สหรัฐมองว่าเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพและทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ