รัสเซียหวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

08 ม.ค. 2563 เวลา 8:35 น.

สถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯยังคงตึงเครียดหนัก วุฒิสมาชิกรัสเซียแสดงความกังวลว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ ขณะที่ญี่ปุ่นหวังให้ชาติที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการทางการทูตในการแก้ปัญหา

วุฒิสมาชิกรัสเซีย วลาดิเมียร์ ซาบารอฟ  ระบุว่าการโจมตีของสหรัฐฯอาจนำไปสู่สงครามในภูมิภาคแบบเต็มรูปแบบ และมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ ซาบารอฟกล่าวว่าคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติควรเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ให้รุนแรงขึ้น

ด้านกองทัพอิรักเอง ระบุว่าไม่มีรายงานทหารอิรักบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการที่ฐานทหารถูกอิหร่านโจมตี ซึ่งเกิดขึ้นราว 1.45 น. เช้าตรู่วันพุธเป็นเวลายาวนานราวครึ่งชั่วโมง

รายงานระบุว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธทั้งหมด 22 ลูก  ลูกลงที่ฐานทัพอากาศ อัล-อสาด ขณะที่มี 2 ลูกไม่ระเบิด และที่เหลือตกลงที่เขตทางตอนเหนือของเมืองเออร์บิล

ด้านรัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่าปริมาณน้ำมันยังไม่ขาดแคลน แต่กลุ่มประเทศ OPEC จะเรียกประชุมกันหากมีปัญหา ซึ่งสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นสงคราม และหวังว่าความตึงเครียดจะลดลง

โฆษกคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น โยชิฮิเดะ สุงะ ระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะประสานกับรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง ในขณะที่สร้างความปลอดภัยให้ชาวญี่ปุ่นในภูมิภาค และเรียกร้องชาติที่เกี่ยวข้องให้ใช้ความพยายามทางการทูตในการปรับปรุงความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้สั่งให้มีการอพยพคนงานชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมดออกจากอิรัก จะเดินทางออกมาเอง หรือให้รัฐบาลช่วยเหลือก็ได้ โดยหน่วยงานความมั่นคงชายฝั่งส่งของฟิลิปปินส์จะเรือไปรับที่ตะวันออกกลางเพื่อนำไปยังพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากแรงงานจากฟิลิปปินส์ที่มีอยู่ในอิรักราว 1,600 คนแล้ว ยังมีแรงงานชาวอินเดียอยู่ประมาณ 15,000 ถึง 17,000 คน ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังอิรัก และให้ชาวอินเดียที่อยู่ในอิรักมีความตื่นตัวและหลีกเลี่ยงการเดินทางในประเทศ