ข่าว

ข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐฯล่าสุด ใครได้ ใครเสีย

หลังตึงเครียดมานานถึง 2 ปี ในที่สุด สหรัฐฯและจีนก็ได้ลงนามข้อตกลงที่หวังว่าจะช่วยคลายความขัดแย้งทางการค้า แต่ใครได้ใครเสียจากข้อตกลงนี้ สำนักข่าวบีบีซีมีบทวิเคราะห์

ข้อตกลงการค้า “เฟสแรก” ระหว่างสหรัฐฯและจีน ในที่สุดก็ได้รับการลงนามและประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นมาช่วงเริ่มสงครามการค้าก็ยังคงอยู่ แม้จะลดลง นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อตกลงนี้ ไม่น่าจะสามารถสร้างประโยชน์มาทดแทนความเสียหายทีเกิดขึ้นได้

คนได้: โดนัลด์ ทรัมป์

ข้อตกลงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีเนื้อหาสาระน้อยนิด แต่การลงนามร่วมกัน ทำให้เกิดโอกาสที่จะทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถอยห่างจากสงครามการค้า และเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นผลงาน ก่อนที่เขาจะชิงชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นปลายปีนี้

ผลการสำรวจล่าสุดเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับทรัมป์ว่าจีนนั้นไม่แฟร์เรื่องการค้า แต่โดยส่วนรวมก็สนับสนุนการค้าแสรี และต่อต้านมาตรการภาษีนำเข้า

คนได้: สี จิ้นผิง

ข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการลงนามในสิ่งที่จีนเสนอไปตั้งแต่เริ่มเจรจาใหม่ๆ รวมถึงการผ่อนคลายการเข้าถึงของสถาบันการเงินและบริษัทรถยนต์ของสหรัฐฯ ซึ่งหลายประเทศนอกเหนือจ่กจีนและสหรัฐฯ ก็เริ่มได้ประโยชน์จากสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง แม้ สี จิ้นผิง จะระบุว่าเขาได้ทำตามข้อเรียกร้องของอเมริกาอย่างว่าง่าย แต่จีนก็ไม่ได้กำลังฉลองข้อตกลงนี้

คนเสีย: บริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐฯ

ข้อตกลงใหม่ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้ารวมมูลค่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ลงครึ่งหนึ่ง แต่สินค้าจีนที่ถูกเก็บภาษีอัตราสูงอีกราว 3.6 แสนล้านเหรียญ และสินค้าสหรัฐฯที่ส่งออกไปจีนที่ถูกเก็บภาษีมูลค่าอีกกว่า 1 แสนเหรียญ ยังคงอยู่ และนั่นเป็นข่าวร้ายของคนอเริกัน

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ผู้แบกรับความเสียหายนี้คือบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐฯ ยังไม่นับธุรกิจที่ต้องขาดทุนและปิดกิจการเพราะมาตรการที่ทั้งสองประเทศสาดใส่กัน รายงานจากสำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯลดลงถึง 0.3 เปอร์เซ็นต์จากสงครามการค้า ขณะที่รายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยก็ลดลง 580 เหรียญ หรือราว 17,500 บาทต่อครัวเรือน

คนเสีย: เกษตรกรและภาคโรงงาน

ข้อตกลงใหม่ คือจีนต้องซื้อสินค้าสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 2 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งสินค้า บริการ และพลังงาน ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะเป็นสินค้าเกษตรราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ตัวเลขอย่างเป็นทางกานั้นค่อนข้างต่ำ นักวิเคราะห์ต่างไม่เชื่อใจว่ายอดการซื้อจะถึงเป้าได้ เพราะจีนก็ยังระบุว่าเป็นไปตามความต้องการของตลาดด้วย

ธนาคารกลางสหรัฐฯระบุว่า มูลค่าการนำเข้าที่สูงขึ้น และมาตรการที่สหรัฐฯใช้ตอบโต้จีนที่ผ่านมา ส่งผลให้คนตกงานจำนวนมาก ในระยะยยาว บริษัทของสหรัฐฯอาจต้องพยายามเปลี่ยนเส้นทางห่วงโซ่อุปทานจากจีนไปที่อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงราคาแพง

คนได้: ไต้หวัน/เวียดนาม/เม็กซิโก

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า สงครามการค้าจะทำให้การเติบโตทั่วโลกลดลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีประเทศที่ได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นมูลค่าการค้าถึง 1.65 แสนล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ระบุว่า เวียดนามได้ประโยชน์จากสงครามครั้งนี้มากที่สุด รวมๆ แล้วในปีที่ผ่านมา ไต้หวัน เม็กซิโก และเวียดนาม ได้รับคำสั่งสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐฯระบุว่าการที่สหรัฐฯนำเข้าสินค้าเม็กซิโกมากขึ้น เป็นการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของเม็กซิโกถึง 0.2 เปอร์เซ็นต์