ข่าว

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง แจงปมไทยรับหน้ากากจากจีน แต่ส่งออกไปสหรัฐฯ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง แจงผ่านเว็บไซต์ ระบุว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ของจีนหลายสํานักว่า ประเทศไทยขอรับความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์จากจีน แต่ในขณะเดียวกันกลับส่งออกหน้ากากจํานวนมากไปยังสหรัฐอเมริกา จนทําให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างบนสังคมออนไลน์ของจีนนั้น

1. เนื้อหาของรายงานข่าวมีความคลาดเคลื่อนและไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงบางประการ ได้แก่ (1) ไทยรับความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์จากจีนบนพื้นฐานของความพร้อมของฝ่ายจีน และ (2) ไทยได้บริจาคเงิน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงหน้ากากอนามัยแก่จีนเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในช่วงที่จีนเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง ซึ่งในช่วงนั้น ไทยเริ่มประสบภาวะขาดแคลนเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยด้วยเช่นกัน แต่ไทยได้ให้ความช่วยเหลือแก่จีนบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและหลักมนุษยธรรม

2. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในไทยรุนแรงขึ้นตามลําดับ ส่งผลให้เกิดภาวะการขาดแคลนเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ซึ่งรัฐบาลไทยได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจัดซื้อ จัดหา และเพิ่มกําลังการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้เพียงพอต่ออุปสงค์ภายในประเทศ แต่ก็ยังคงขาดแคลนหน้ากากอนามัยเนื่องจากความต้องการหน้ากากอนามัยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การที่รัฐบาลจีนได้แสดงมิตรไมตรีจิตด้วยการมอบเวชภัณฑ์แก่ไทยและประสานงานให้ไทยสามารถซื้อเวชภัณฑ์และวัตถุดิบในจีนได้ถือเป็นการให้ความช่วยเหลือในฐานะมิตรประเทศและหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ซึ่งฝ่ายไทยมีความซาบซึ้ง โดยกระทรวงสาธารณสุขจะนําเวชภัณฑ์ที่ได้รับมอบจากจีนไปจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ในไทยต่อไป

3. สําหรับการส่งออกหน้ากากอนามัยจากไทยไปยังต่างประเทศนั้น โดยที่ไทยมีนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงมีบริษัทต่างประเทศจํานวนหนึ่งเข้ามาลงทุนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อส่งกลับไปจําหน่ายในประเทศตนเองและประเทศที่สาม โดยเฉพาะการผลิตในลักษณะ OEM (Original Equipment Manufacturer) ทําให้หน้ากากอนามัยเหล่านั้นไม่สามารถวางจําหน่ายในประเทศไทยได้ (เนื่องจากเป็นสินค้าลิขสิทธิ์) โดยหลายบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI) ด้วย และได้สิทธิ์นําเข้าวัตถุดิบมาผลิตเพื่อการส่งออกโดยไม่เสียอากร (หากขายในประเทศจะไม่ได้ รับสิทธิ์เว้นอากรดังกล่าว) ดังนั้น การที่ไทยอนุญาตให้บริษัทที่ผลิตหน้ากากอนามัยเหล่านี้ส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศท่ามกลางสภาวะการขาดแคลนหน้ากากอนามัยภายในประเทศ จึงเป็นการดําเนินการตามพันธกรณีทางกฎหมายที่กล่าวถึงตามข้างต้น