รศ.ดร.สมชาย วิเคราะห์ “ปรากฏการณ์ทรัมป์” 13 วัน อเมริกันอันตราย

08 ม.ค. 2564 เวลา 2:51 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดสถานภาพการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม นับจากวันที่เกิดจลาจล ก็คืออีก 13 วันข้างหน้า เป็น 13 วันอันตราย ที่อะไรๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไม่คาดคิด...

ภาพที่ถูกเผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม กลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุกเข้าไปใน อาคารรัฐสภา กลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขัดขวางการประชุมสภาคองเกรส ที่จะรับรอง นายโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกประณามเป็นต้นเหตุของความรุนแรง อันเนื่องมาจากการประกาศก่อนหน้านี้ว่า ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และใช้สื่อโซเชียลปลุกปั่นให้มวลชนต่อต้านนายโจ ไบเดน อย่างเต็มกำลัง

"รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์" นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับสปริง โดยเจาะลึกลงไปยังรากเหง้าที่สั่งสมมาก่อนเกิดการปะทุ อย่างที่หลายคนไม่อยากเชื่อว่า จะเกิดขึ้นได้ในอเมริกา ประเทศที่ประกาศมาอย่างยาวนานถึงการยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่กลับเกิดการจลาจลอย่างดุเดือดจนมีผู้เสียชีวิต เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง !

โดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดสถานภาพการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม นับจากวันที่เกิดจลาจล ก็คืออีก 13 วันข้างหน้า เป็น 13 วันอันตราย ที่อะไรๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไม่คาดคิด...

ปรากฏการณ์ทรัมป์

รศ.ดร.สมชาย เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ปรากฏการณ์ทรัมป์” แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่สาเหตุ หากเป็นหนึ่งในอาการ ที่สั่งสมในอเมริกาตลอดช่วงระยะเวลา 20 – 30 ปีที่ผ่านมา ก่อนสำแดงในวันที่ 7 มกราคม

“ทรัมป์เป็นเพียงอาการของสาเหตุที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงของสังคมอเมริกัน คนผิวขวาตกงาน คนผิวขาวไม่พอใจที่พวกต่างชาติเข้ามา ไม่พอใจจีน ไม่พอใจเรื่องการทำข้อตกลงต่างๆ ความไม่พอใจเหล่านี้มันสะสมมาตลอดหลายปี

“พอมาพบกับคนอย่างทรัมป์ เขาเรียก Out of The Box พูดอะไรที่ไม่มีเหตุผล แต่พูดแล้วมัน แม้จะโกหกตอแหล แต่รักษาผลประโยชน์ให้เขา เพราะ 4 ปีที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ก็มีการเล่นงานจีนอย่างหนัก ทรัมป์สำหรับคนกลุ่มนี้คือใช่เลย

“และอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย มันสามารถทำให้การโกหกตอแหล ถูกพัฒนาจนกลายเป็นข้อเท็จจริง ที่คนเชื่อ เพราะทรัมป์เป็นอัจฉริยะในเรื่องนี้ ที่พัฒนาการโกหกตอแหลให้เป็นที่ยอมรับ และทำให้คนเชื่อด้วยอารมณ์

“ปรากฏการณ์ทรัมป์นั้น เป็นอาการของโลกยุคใหม่ ที่ผมเรียกว่า เป็นยุคที่มีการดิสรัปชันทางการเมือง และมันจะไม่จบพร้อมกับความพ่ายแพ้ของทรัมป์ เพราะปรากฏการณ์ทรัมป์นี้จะทำให้ความแตกแยกของสังคมอเมริกาขยายวงมากขึ้น

“จากนี้ไปการเมืองในอเมริกาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทรัมป์แม้ว่าจะแพ้ แต่ยังมีบทบาท โดยอาศัยโซเชียลมีเดียขยายอิทธิพลของตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาในประเทศ เพราะเขาหวังว่าจะกลับมาใหม่ เขาคิดอย่างนี้

“และนักการเมืองของอเมริกา ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องยอมทรัมป์ เพราะทรัมป์มีฐานเสียงสนับสนุน แม้ว่าจริงๆ แล้วจะไม่เห็นด้วยก็ตาม ตรงนี้แหละที่จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต”

โดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดสถานภาพการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม นับจากวันที่เกิดจลาจล ก็คืออีก 13 วันข้างหน้า เป็น 13 วันอันตราย ที่อะไรๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไม่คาดคิด...

ความแตกแยกของอเมริกายุคใหม่

โลกเริ่มเห็นความแตกแยกในสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน ช่วงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี แต่ รศ.ดร.สมชาย อธิบายว่า อเมริกามีความแตกแยกที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จึงไม่แปลกใจเลย หากในอนาคตจะเกิดการแยกประเทศ

“การเมืองอเมริกา แตกออกมาเป็นฝักเป็นฝ่ายหลายครั้ง สงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1861 – 1865) ก็เป็นครั้งหนึ่ง แล้วก็ในช่วงยุค 60 ก็เป็นยุคที่มีการแตกแยกกันมาก แต่ต่อมาก็ดีขึ้น จนมาถึงยุคของทรัมป์ที่สถานการณ์ขยายตัวรุนแรง

“ทรัมป์เป็นเพียงอาการ ส่วนสาเหตุมันสั่งสม แต่อาการตัวนี้เมื่อมันประทุขึ้น แล้วก็เติมไฟเข้าไปพร้อมกับทรัมป์ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการแตกแยกครั้งนี้ จะมีนัยยะสำคัญมากกว่าในอดีต

“เพราะการแตกแยกครั้งนี้ มันไม่ใช่การเลิกทาสกับไม่เลิกทาส (ยุคสงครามกลางเมือง) แต่เป็นกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ กลุ่มคนใหม่ๆ ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน ความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศของคนผิวขาว ฯลฯ เพราะฉะนั้น การแบ่งแยกยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

“เรื่องต่อมาก็คือ อุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ผิวขาวมาทางขวาจัด กลุ่มอื่นต้องการไปทางซ้าย อยากให้มีรัฐสวัสดิการ โจ ไบเดน พยายามเอาใจทุกกลุ่ม แต่สุดท้ายแล้วสถานการณ์การแยกขั้วก็ยังขยายตัวยิ่งขึ้น

“สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอเมริกาในวันนี้ ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าสักวันหนึ่งในอนาคต จะได้ยินข่าวการเรียกร้องให้มีการแยกประเทศ เพราะมันมีบางรัฐ ถ้าจำไม่ผิด โอเรกอน ที่มีการเรียกร้อง เพราะอเมริกาไม่ได้ร่วมกันอย่างแน่นๆ อเมริกาตอนนี้มีเชื้อ...ที่อาจนำไปสู่การแตกแยกได้ในอนาคต

โดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดสถานภาพการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม นับจากวันที่เกิดจลาจล ก็คืออีก 13 วันข้างหน้า เป็น 13 วันอันตราย ที่อะไรๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไม่คาดคิด...

 

13 วัน อเมริกันอันตราย

รศ.ดร.สมชาย กล่าวว่า 13 วันก่อนการ โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ อะไรก็เกิดขึ้นได้  เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 มกราคม ทำให้โลกได้เห็นแล้วว่า ทรัมป์พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป

“ทรัมป์ยังเหลือเวลา 13 วัน กว่าที่โจ ไบเดน จะเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 13 วันอันตราย (นับจากนี้) เพราะแนวคิดของทรัมป์อาจจะทำอะไรที่มันผิดปกติ อย่างที่เห็นได้ชัดที่เขา (ทวิต) บอกให้ผู้ชุมนุมกลับ บอกผมรักคุณมาก แต่อีกด้านหนึ่ง เหมือนกับว่าอินไซด์ให้เข้ามา สิ่งที่ทรัมป์ทำวันนี้ (7 มกราคม) คนกำลังมองว่า เป็นอันตรายต่อประเทศ

“หลังจากทรัมป์ออกจากตำแหน่ง เขาจะเจอปัญหาหลายเรื่อง ทั้งคอร์รัปชั่น เรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจของเขา เรื่องของภาษีต่างๆ เพราะฉะนั้นตัวเขาจึงอยากรักษาอำนาจต่อไป

“มีคนกำลังตีความอยู่ว่า รัฐธรรมนูญให้อำนาจประธานาธิบดีอภัยโทษให้กับตัวเองได้หรือไม่ อภัยโทษก่อนที่จะเกิดปัญหาการฟ้องร้องได้ด้วย ทรัมป์พยายามที่จะตีความรัฐธรรมนูญเข้าข้างตัวเอง หลังจากนี้มาดูกันว่า ทรัมป์จะถูกเล่นนงานอย่างไรบ้าง เพราะตอนเป็นประธานาธิบดี ได้รับเอกสิทธิ์ ต้องดูกันว่าจากนี้ไป 13 วัน จะมีการทำอะไรขึ้นมาบ้าง อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องติดตาม เพราะเรื่องยังไม่จบ...ที่ตรงนี้”