เทรนด์โลก : ใช้ช่วงเวลาวัยรุ่นนานขึ้น 30 ปีโสด...ไม่ใช่เรื่องแปลก

25 มี.ค. 2564 เวลา 2:23 น.

ดูเหมือนว่าคำนิยาม คำว่า "วัยรุ่น" ของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะมีการเปิดเผยจากงานวิจัยว่าช่วงชีวิตวัยรุ่นได้ขยายจากช่วงอายุจากเดิมที่ 19 ปี เปลี่ยนไปสิ้นสุดที่ช่วงอายุ 24 ปีแล้ว ซึ่งกำลังจะกลายเป็นเทรนด์โลกในปัจจุบัน รวมถึงประเด็นการใช้ชีวิตคู่หรือการแต่งงานในโลกหลังปี 2021 ...วัยรุ่นทั่วโลกต่างชื่นชอบการใช้ชีวิตโสด และการแต่งงานช้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป

• นิยามวัยรุ่นเปลี่ยนไปแล้ว

ศาสตราจารย์ซูซาน ซอว์เยอร์ (Susan Sawyer) ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพวัยรุ่นที่โรงพยาบาลเด็กรอยัลในเมลเบิร์น ได้เปิดเผยรายงานวิชาการโดยระบุว่าเทรนด์โลกในการจำกัดความ คำว่าวัยรุ่นได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว โดยแต่เดิม มักจะนับอายุ 14 ปี เป็น "วัยแรกเริ่ม" ของการเป็นวัยรุ่น แต่ปัจจุบันอายุของการเป็นวัยรุ่น เริ่มนับเร็วขึ้นที่ อายุ 10 ปีแล้ว  ขณะที่ในช่วงสิ้นสุดของการเป็นวัยรุ่น แต่เดิมมักจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 19 ปี แต่ปัจจุบัน ช่วงเวลาแห่งสดใส และมีพลังอันบริสุทธิ์ยาวนานถึง จนถึงอายุ 24 ปี


    โดย  ศาสตราจารย์ซูซาน ให้ความเห็นว่า แม้กฎหมายจะอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี (ในอังกฤษ)  และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปี แต่บทบาทของ "ผู้ใหญ่" และความรับผิดชอบต่างๆ จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยในโลกหลังยุคมิลเลเนี่ยมเป็นต้นมา วัยรุ่นก็ขับรถยนต์น้อยลง และยังพบอีกว่าพวกเขาไม่สนใจจะทำกิจกรรมอย่างที่ผู้ใหญ่ทำกัน อย่างอาทิ  นัดเดท หรือดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ ในช่วง 40 ปีหลัง ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ ระบุว่าอัตราอายุเฉลี่ยในการแต่งงานของหนุ่มสาวชาวอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 8 ปี โดยผู้ชายจะอยู่ที่ 32.5 และผู้หญิงอยู่ที่ 30.6 ปี และประเด็นนี้มีแนวโน้มที่ยืดระยะเวลามากขึ้นเรื่อยๆ 

•  "ภาวะการรอ" 

 ส่วนในประเด็น การเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ทั่วโลกมีแนวโน้ม อยู่ใน "ภาวะการรอ" การมีคนรัก ผู้คนจะไม่รีบแต่งงาน และไม่รีบผูกมัดตัวเองเหมือนยุคสมัยก่อน โดยนักวิชาการด้านมานุษยวิทยาให้คำจำกัดความ ด้วย คำว่า Waithood 

โดยคำว่า Waithood เป็นคำที่ถูกจำกัดความขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2008  นอกจากนี้พวกเขายังมีมาตรฐานและความระมัดระวังในการเลือกคู่ชีวิตที่สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การเงินและ ประสบการณ์ชีวิต

• เทรนด์เกิดเพราะเศรษฐกิจแย่

สาเหตุที่ทำให้เกิดเทรนด์  Waithood นั่นเป็นเพราะว่า สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป  หากอธิบายปรากฏการณ์นี้ด้วยทฤษฏี "Life history theory" จะสรุปได้ว่าเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนมักจะโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กที่โตมาในครอบครัวที่มั่นคงด้านการเงิน เพราะพวกเขาต้องรับมือกับความเสี่ยงในชีวิตมากกว่า  ซึ่งเมื่อโลกเป็นเหมือนสนามแข่งขันอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เกิดวิถี "Slow-life strategy" วิถีชีวิตแบบช้าๆ มีลูกจำนวนน้อยๆ และเลี้ยงให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านการเงินให้มั่นคง อาจทำให้หลายคนแต่งงานช้า และเป็นการยืดระยะเวลาให้ช่วงวัยรุ่นยาวนานขึ้นอีก 

ขณะที่ เมื่อ 20-30  ปีที่แล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตจะเป็น  "Fast-life strategy" กล่าวคือจะรีบสร้างครอบครัว มีลูกเยอะๆ ให้โตทันใช้ เด็กจบใหม่ต้องรีบทำงานเพื่อเก็บเงิน ซึ่งเมื่อเข้าสู่วิถีชีวิตนี้เมื่อไหร่ ก็ราวกับเป็นการประกาศว่าชีวิตวัยรุ่นได้สิ้นสุดลงแล้ว.

สังคมทุกสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งมนุษย์มีพัฒนาการทางจิตใจไปตามช่วงเวลาและช่วงวัยที่ไม่เหมือนกัน  และ ณ เข็มนาฬิกาขยับเดินไปทุกนาที  นิยามของ "วัยรุ่น" ของโลกก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว.