ข่าว ต่างประเทศ

ศาลเกาหลีเตรียมชี้ชะตาทายาทซัมซุง

ในวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ทายาทอาณาจักรซัมซุงอาจถูกศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกในข้อหาพัวพันทุริต ซึ่งคำตัดสินของศาลทำให้ผู้คนจับตาดูอนาคตของบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ติดตามบทวิเคราะห์เรื่องนี้จากรายงาน

 

ลี แจยอง ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานของ Samsung Electronics และเป็นลูกชายของประธานซัมซุงกรุ๊ป นายลี คุน ฮี เขาได้รับการเลี้ยงดูเพื่อปูทางมาเป็นผู้ดูแลอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหย่แห่งนี้ สืบทอดเป็นรุ่นที่สาม

ซัมซุงถือเป็นธุรกิจแชโบลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ และคนเกาหลีใต้ก็มักล้อกันเองว่า เราอยู่ในสาธารณรัฐซัมซุง หรือ “Republic of Samsung” ผลประกอบการของซัมซุงคิดเป็นหนึ่งในห้าของ GDP เกาหลีใต้ และซัมซุงเองก็มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองเกาหลีใต้

ขณะนี้อัยการของเกาหลีใต้เรียกร้องให้ศาลตัดสินจำคุกลี แจยอง 12 ปี ในข้อหาติดสินบนและฉ้อโกงในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของอดีตประธานาธิบดีปาร์ค กึน ฮเย เพราะนางปาร์คถูกสอบสวนว่าออกนนโยบายที่เอื้อให้กับบราดาธุรกิจใหญ่ๆ รวมถึงนายลี ซึ่งติดสินบนให้กับคนสนิทของเธอ 40 ล้านเหรียญ

 

นายลี ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในตอนนี้ ถ้าถูกตัดสินจำคุก 12 ปี จะถือว่าเป็นโทษจำคุกที่ยาวนานที่สุดที่ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้เคยได้รับ และการที่เขาอาจถูกตัดสินจำคุกหลายปี ทำให้ผู้คนจับตาผลกระทบต่อซัมซุง ซึ่งเป็นใช้หลักการบริหารแบบครอบครัวมาหลายทศวรรษ

แม้การบริหารงานของซัมซุงจะมีผู้บริหารมืออาชีพคอยทำงานอยู่ทุกวันก็ตาม แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า พวกเขาไม่น่าจะกล้าที่จะตัดสินใจหรือรับผิดชอบในเรื่องใหญ่ๆ เช่น การควบรวมกิจการ หรือการลงทุนใหม่ๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากครอบครัวนายลี เพราะการตัดสินใจเรื่องใหญ่เช่นนี้ ตามธรรมเนียมของเกาหลีใต้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้นำสูงสุดของครอบครัว

 

ตั้งแต่พ่อของนายลีป่วยหนัก ซัมซุงก็ใช้มาตรการ streamline องค์กร และยอมมีกำไรลดลง ในขณะเดียวกันอำนาจของนายลี แจยอง ก็เพิ่มมากขึ้น แต่แม้นายลียังคงถูกควบคุมตัวอยู่ Samsung Electronics ยังคงทำกำไรงามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าของหุ้นสูงขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะความต้องการเมมโมรี่ชิปในคอมพิวเตอร์ เซอร์เวอร์ และ mobile gadget ต่างๆของตลาดยังมีมาก ผลกำไรที่ดีของซัมซุงในปัจจุบันมาจากการตัดสินใจในโยบายที่เฉียบและกล้าเสี่ยงในอดีต รวมถึงการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ แต่ในปัจจุบัน สถานะผู้นำของซัมซุงยังไม่แน่นอน ขยับตัวช้ากว่าในอดีต

ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) หากนายลีถุกตัดสินจำคุก จะทำให้ซัมซุงต้องอยู่ในภาวะใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือการต้องขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่มีการควบคุมของคนตระกูลลีโดยตรง ซึ่งผลลัพธ์ก้อคงมีเพียงสองทางเท่านั้น คือหนึ่ง เดินหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม หรือสอง ร่วงลงไม่เป็นท่าเพราะขาดผู้นำจากตระกูลลี

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน