svasdssvasds

รู้จัก 'เชื้อไวรัส SFTS' โรคติดต่อสัตว์สู่คน ไทยพบป่วย 3 ราย เสียชีวิตทั้งหมด

รู้จัก 'เชื้อไวรัส SFTS' โรคติดต่อสัตว์สู่คน ไทยพบป่วย 3 ราย เสียชีวิตทั้งหมด

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนผู้เลี้ยงสุนัขและแมว ระวังโรคติดเชื้อไวรัส Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) หรือ ‘โรคไวรัสเห็บ’ หลังพบผู้ป่วย 3 รายในปี 2568 และเสียชีวิตทั้งหมด

SHORT CUT

  • ไทยพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส SFTS ในปี 2568 จำนวน 3 ราย และเสียชีวิตทั้งหมด
  • เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนโดยมี "เห็บ" เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าเป็นรังโรค
  • โรคมีความรุนแรงสูง อาการคล้ายไข้เลือดออก มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย 20% และยังไม่มียารักษาจำเพาะ

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนผู้เลี้ยงสุนัขและแมว ระวังโรคติดเชื้อไวรัส Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) หรือ ‘โรคไวรัสเห็บ’ หลังพบผู้ป่วย 3 รายในปี 2568 และเสียชีวิตทั้งหมด

โรค SFTS โรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด RNA ใน genus Bandavirus โดยโรคนี้ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือโรคติดต่ออุบัติใหม่ แต่พบมากในประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สำหรับประเทศไทยเคยมีรายงานผู้ป่วยประปรายมาตั้งแต่ปี 2562

สถานการณ์ล่าสุด ไทยพบผู้ป่วยเสียชีวิต 3 รายรวด

พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2568 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยสะสมรวม 7 ราย อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 เพียงปีเดียว พบผู้ป่วยแล้ว 3 ราย และเสียชีวิตทั้งหมด ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีอายุเฉลี่ย 55.7 ปี

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่การติดเชื้อคือการสัมผัสเห็บ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติสัมผัสหรือถูกเห็บกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสโดยตรง เช่น ใช้มือเปล่าหยิบเห็บออกจากสุนัข หรือถูกเห็บกัดขณะเลี้ยงสุนัข

"เห็บ" คือพาหะหลัก พร้อมสัตว์เลี้ยงที่เป็นรังโรค

เชื้อไวรัส SFTSV ติดต่อโดยมี "เห็บ" เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ เชื้อนี้มีวงจรการติดต่อระหว่างเห็บและสัตว์ที่เป็นรังโรค สัตว์ที่สามารถเป็นรังโรคได้ ได้แก่ สุนัข แมว แพะ แกะ หมู วัว ควาย ไก่ นกบางชนิด หนู และสัตว์ป่าชนิดต่างๆ

นอกจากนี้ การติดต่อจากคนสู่คนยังมีหลักฐานไม่ชัดเจน แต่มีรายงานการติดเชื้อในครอบครัวเดียวกัน โดยมีความเสี่ยงคือการสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่ง (เช่น เลือดหรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ) ของผู้ป่วย ผ่านทางเยื่อบุผิวในช่องจมูก ปาก ตา หรือบาดแผลบริเวณผิวหนัง

อาการรุนแรง และอัตราเสียชีวิตสูง

โรค SFTS จัดเป็นโรคที่มีความรุนแรง โดยมีอัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยประมาณ 20% ลักษณะอาการทางคลินิกเริ่มต้นจะคล้ายกับไข้เลือดออก หรือไข้ปวดข้อยุงลาย ทำให้วินิจฉัยสับสนได้ อาการเบื้องต้น ได้แก่:

  • ไข้สูง
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • อาเจียน หรือ ถ่ายเหลว
  • ตรวจพบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
  • อาจมีจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามตัว

ในกรณีที่อาการรุนแรง ผู้ป่วยอาจเข้าสู่ภาวะอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ (Multiple Organ Failure) เช่น มีอาการเลือดออกในตับและไต รวมถึงการทำงานของหัวใจและปอดล้มเหลว หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิต ปัจจุบัน การรักษายังคงเป็นการรักษาตามอาการ และยังไม่มียาจำเพาะสำหรับโรคนี้

คำแนะนำเร่งด่วนสำหรับประชาชนและผู้เลี้ยงสัตว์

กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำคำแนะนำในการป้องกันโรค SFTS เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงสัตว์หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงในต่างประเทศ:

  1. ห้ามจับและบี้เห็บด้วยมือเปล่า หากสัมผัสเห็บให้รีบล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที
  2. ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด อาบน้ำและใช้ยากำจัดเห็บให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ
  3. ทำความสะอาดที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงและบริเวณบ้าน อย่างสม่ำเสมอ
  4. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ป่าหรือเป็นพุ่มไม้ที่มีหญ้าและใบสูง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเห็บ
  5. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และพิจารณาใช้ยากันแมลงที่มีส่วนผสมของ DEET ความเข้มข้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
  6. อาบน้ำทันทีหลังกลับเข้าที่พัก (ภายในสองชั่วโมง) และตรวจดูเห็บตามร่างกาย เช่น ใต้วงแขน หลังเข่า และบริเวณเส้นผม
  7. หากมีอาการเข้าได้กับโรค SFTS เช่น ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ถ่ายเหลว และมีประวัติสัมผัสเห็บหรือสัตว์ที่เป็นรังโรค ให้รีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสหรือการเดินทางให้แพทย์ทราบ

แพทย์ผู้รักษาควรวินิจฉัยแยกโรคนี้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการไข้ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ แต่ตรวจไม่พบการติดเชื้อไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลาย

ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related