svasdssvasds

เทรนด์ใหม่! คู่สมรสไทยใส่ใจ เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น หลังอัตราการเกิดต่ำ

เทรนด์ใหม่! คู่สมรสไทยใส่ใจ เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น หลังอัตราการเกิดต่ำ

เบบี้แอนด์มัมฯ ชี้เทรนด์ใหม่ คู่สมรสใส่ใจเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “รักษาเมื่อเกิดปัญหา” สู่ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน”

ท่ามกลางสังคมไทยที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการเกิดต่ำไม่ได้เป็นเพียงสถิติทางประชากรศาสตร์อีกต่อไป หากแต่กำลังลุกลามกลายเป็น 'ปัญหาระดับชาติ' ที่ส่งผลกระทบทั้งโครงสร้างแรงงาน เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว ภาพครอบครัวที่มีลูกน้อยลงสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และความกังวลต่อคุณภาพชีวิตของลูกในอนาคต

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว แนวคิดของคู่สมรสรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มุ่ง 'รักษาเมื่อเกิดปัญหา' สู่การหันมา 'เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์' อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ วางแผนโภชนาการ หรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม กระแสนี้ไม่เพียงสะท้อนความใส่ใจต่อการมีบุตรอย่างมีคุณภาพ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพไทยสู่การดูแลเชิงป้องกัน ที่อาจกลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการรับมือวิกฤตการเกิดต่ำของประเทศในอนาคต

ล่าสุด เบบี้แอนด์มัมฯ เปิดเผยแนวโน้มสำคัญของตลาดสุขภาพการเจริญพันธุ์ในประเทศไทยพบว่าคู่สมรสไทยยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้นโดยไม่รอให้เข้าสู่ภาวะมีบุตรยากหรือมีอายุเกิน 35 ปี สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “รักษาเมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน”

นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร (CEO) บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาวะมีบุตรยากกำลังกลายเป็นความท้าทายที่พบได้มากขึ้นในสังคมไทย รวมถึงอัตราของเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง อันเป็นผลจากแนวโน้มการแต่งงานช้า การมีบุตรในช่วงอายุที่สูงขึ้น วิถีชีวิตที่เร่งรีบ เศรษฐกิจครอบครัว ความเครียด และพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนไป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งหญิงและชาย ทำให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์มีบทบาทสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนครอบครัวในยุคใหม่

เทรนด์ใหม่! คู่สมรสไทยใส่ใจ เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น หลังอัตราการเกิดต่ำ

ครูก้อย – นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งคลังให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th ยืนหนึ่งในใจผู้มีบุตรยาก เผยแพร่ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ตามหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์และประสบการณ์จริงของผู้มีบุตรยาก เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปี  พบว่า ในช่วงแรกแหล่งข้อมูลด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยากยังมีจำกัด ส่งผลให้ผู้มีบุตรยากจำนวนมากขาดความรู้และแนวทางในการเตรียมร่างกายก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ทำให้หลายครอบครัวต้องผ่านกระบวนการรักษาซ้ำหลายครั้ง และแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

เทรนด์ใหม่! คู่สมรสไทยใส่ใจ เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น หลังอัตราการเกิดต่ำ

โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากเริ่มต้นตั้งแต่ระดับ 10,000–50,000 บาท สำหรับการทำ IUI ไปจนถึงระดับหลักแสนสำหรับการทำ ICSI (เด็กหลอดแก้ว) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000–400,000 บาทต่อครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า การขาดองค์ความรู้ในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ไม่เพียงส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่ยังเพิ่มต้นทุนการรักษาและกระทบกับภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัว

โดย BabyAndMom.co.th ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์ ที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการดูแลสุขภาพในชีวิตจริง ผ่านเนื้อหาที่ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมร่างกายก่อนตั้งครรภ์ การวางแผนช่วงตกไข่ โภชนาการสำหรับผู้มีบุตรยาก ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคล

 นอกจากนี้ เบบี้แอนด์มัมฯ ยังเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ของผู้มีบุตรยากจำนวนมากที่ร่วมแบ่งปันผ่านรายการ “สักวันฉันจะเป็นแม่” ซึ่งมีมากกว่า 176 ตอน และกลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาการมีบุตร

ขณะเดียวกันยังมีรายการ “ครูก้อยพบแพทย์” รายการให้ความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์และการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ โดยครูก้อยร่วมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

อีกหนึ่งมิติสำคัญคือรายการ “Research Talk” รายการที่ครูก้อยนำเสนอและวิเคราะห์งานวิจัยด้านภาวะเจริญพันธุ์ การเตรียมตั้งครรภ์ และสุขภาพผู้หญิง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จากงานวิจัยระดับนานาชาติในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพในชีวิตจริง

นายเรืองศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 9 ปีที่ผ่านมา การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ของเบบี้แอนด์มัมฯ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เบบี้แอนด์มัมฯ กลายเป็น “คลังความรู้เตรียมตั้งครรภ์” ที่ผู้มีบุตรยากและผู้ที่ต้องการวางแผนมีบุตรเข้ามาศึกษาข้อมูลก่อนตั้งครรภ์ ทั้งการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติและการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ในช่วงหลั งพบว่า กลุ่มผู้ติดตามมีแนวโน้มเป็นคู่สมรสที่เริ่มวางแผนการมีบุตรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของชีวิตคู่ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างรอบด้าน ซึ่งสะท้อนภาพรวมของตลาดที่กำลังขยายตัว จากกลุ่มผู้มีบุตรยากไปสู่กลุ่มคู่สมรสที่ต้องการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์

เทรนด์ใหม่! คู่สมรสไทยใส่ใจ เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น หลังอัตราการเกิดต่ำ

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “รักษาเมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเบบี้แอนด์มัมฯ ในการ “ยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านภาวะมีบุตรยากในสังคมไทย” เพื่อให้คู่สมรสสามารถวางแผนการมีบุตรอย่างมีเหตุผลบนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์ และลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพของแม่และเด็กในระยะยาว

related