
น้ำตาลแฝงภัยเงียบทำลายสุขภาพ! เจาะลึกวิธีบาลานซ์การกิน เลี่ยงภาวะ Sugar Overload พร้อมชวนฮีลใจกับกิจกรรมธรรมะในสวน ปี 3 ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์
เคยสังเกตพฤติกรรมตัวเองหรือไม่ว่า ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เรามักโหยหาการ "ให้รางวัลตัวเอง" ด้วยเมนูของหวานแสนอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างชา กาแฟ ขนมหวาน ไปจนถึงอาหารจานหลักที่เราบริโภคในแต่ละวัน อาจมี "น้ำตาล" ซ่อนอยู่มากกว่าที่คุณคิด
น้ำตาล ไม่ได้มาจากของหวานหรือขนมเค้กหน้าตาน่าทานเพียงอย่างเดียว แต่มันยังแฝงตัวอยู่ในเมนูอาหารคาวที่หลายคนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย ข้าวหมูแดง น้ำจิ้มรสเด็ด หรือแม้แต่อาหารฟาสต์ฟู้ดที่เร่งรีบ การบริโภคอาหารเหล่านี้เป็นประจำโดยขาดการควบคุมปริมาณที่เหมาะสม ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ บั่นทอนร่างกายของเรา
นอกจากการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินพอดีแล้ว วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” กำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้ลิฟต์แทนการเดิน หรือการใช้ชีวิตในเมืองที่ขาดการเคลื่อนไหวทางกาย พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้น้อยลง น้ำตาลและไขมันส่วนเกินจึงสะสมตามส่วนต่างๆ ได้ง่ายดาย นำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกิน และเพิ่มความเสี่ยงของโรค NCDs ให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยทะลุ 800 ล้านคนทั่วโลก ตัวเลขมหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคดิจิทัล ที่นิยมบริโภคอาหารหวานจัด อาหารแปรรูปที่เข้าถึงง่าย และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น “ความเครียด” สะสมจากการทำงานและจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่กระตุ้นฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เกิดพฤติกรรม "กินจุกจิก" ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสวิงของระดับน้ำตาลในเลือดโดยตรง
อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีชีวิตที่ปราศจากความสุข หรือต้อง "งดหวาน" แบบหักดิบจนร่างกายและจิตใจประท้วง เคล็ดลับที่ยั่งยืนที่สุดคือการเรียนรู้ศิลปะแห่งการ "บาลานซ์สุขภาพ" เราสามารถหวานได้...แต่ต้องรู้ทันและควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอดี
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น การสั่งเครื่องดื่มลดหวาน การอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อเพื่อเช็กน้ำตาลแฝง การเพิ่มสัดส่วนผักใบเขียวในมื้ออาหารเพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด และการหมั่นขยับร่างกายระหว่างวัน สิ่งเหล่านี้คือรากฐานของการสร้างสมดุล ทั้งการกิน การเคลื่อนไหว และการบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ Sugar Overload อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
เมื่อความเครียดคือหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้เรากินหวานอย่างไร้การควบคุม การดูแลสุขภาพใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สุขภาพกาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จึงขอเชิญชวนทุกคนมาดูแลตัวเองอย่างเข้าใจและลึกซึ้งมากขึ้น กับกิจกรรม “ธรรมะในสวน” ปี 3
นี่คือโอกาสดีที่จะเปิดพื้นที่ให้คุณได้หยุดพักจากจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ แล้วกลับมาใส่ใจรับฟังเสียงของร่างกายและจิตใจตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบของธรรมชาติในสวนเบญจกิติ มาร่วมสร้างสมดุลชีวิต ชาร์จพลังบวก และเรียนรู้วิธีการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม ทั้งกายและใจไปด้วยกัน
พบกับกิจกรรม “ธรรมะในสวน” วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
🚩พญ.นารีลักษณ์ กลิ่นสุคนธ์
อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวาน ระบบต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม (ว.25670)
🚩หัวข้อ กินหวานได้ แบบ Sugar ไม่ overloaded
🚩เวลา 8.30-10.00 น.
🚩ณ สวนเบญจกิติ (ลานองค์พระ)
หมายเหตุ : เข้าร่วมกิจกรรมฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อ และเก้าอี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/QueenSirikitNationalConventionCenter