เรื่องต้องแชร์ : 8 วิธีขับรถช่วงฝนตก ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

28 ก.พ. 2561 เวลา 1:08 น.

เตือนประชาชนขับขี่รถช่วงฝนตก ลมกระโชกแรง ระมัดระวังถนนเปียกลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน ขอให้ประชาชนลดความเร็ว หลีกเลี่ยงการแซง และประเมินสถานการณ์ก่อนขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมหมั่นสำรวจและคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ป้องกันโรคที่มาจากยุงลาย

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ 8 วิธี ดังนี้

 

1. จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัยเมื่อต้องขับรถขณะฝนตกหนัก หรือทัศนวิสัยไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์ที่เสี่ยงเมื่อขับขี่ขณะมีฝนฟ้าคะนอง

2.เปิดไฟหน้ารถเสมอ โดยเปิดไฟต่ำ เพื่อช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และให้รถคันอื่นมองเห็นรถได้จากระยะไกล

3.เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนตก

4.ลดความเร็ว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ

5.ให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น

6.หลีกเลี่ยงการแซงแต่หากจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ ระยะทางข้างหน้า

7.รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ  ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ควรลดความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำ จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ และ

8.เมื่อต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขัง ให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำลึกสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพทันที โทร. 1669

เตือนประชาชนขับขี่รถช่วงฝนตก ลมกระโชกแรง ระมัดระวังถนนเปียกลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน ขอให้ประชาชนลดความเร็ว หลีกเลี่ยงการแซง และประเมินสถานการณ์ก่อนขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง  พร้อมหมั่นสำรวจและคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ป้องกันโรคที่มาจากยุงลาย

 

มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

นอกจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากการขับขี่พาหนะแล้ว ขอแนะนำประชาชนใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง  2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค  โทร. 1422