Spring News

เช็กลิสต์ความต่าง กัญชง กัญชา สองพืชพี่น้องสกุล Cannabis และประโยชน์ใช้งาน

By Chanjira_Yee

|
15 มิ.ย. 2565 เวลา 8:34 น. 459

กัญชง กัญชา ถือเป็นพืชสกุล Cannabis อยู่ในวงศ์ Cannabaceae แยกความแตกต่างจากปริมาณสารเมา THC และกายภาพเบื้องต้น รู้ไว้ก่อนเพื่อใช้งานให้ถูกประเภท

กัญชา “มาริฮวานา” (Marijuana) และ กัญชง “เฮมพ์” (Hemp) โดยทั้งสองชนิดเป็นพืชในสกุลเดียวกันคือ แคนนาบิส (Cannabis) อยู่ในวงศ์ Cannabaceae 

สายพันธุ์ที่พบมากในไทยจะเป็นสายพันธุ์ Cannabis sativa ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น สายพันธุ์หลักมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ คือ Cannabis sativa, Cannabis indica และ Cannabis rudealis 

จากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า กัญชง กัญชา ใช้การวัดปริมาณสารเมาและกายภาพเพื่อจำแนกความแตกต่าง โดย กัญชง กัญชา มีข้อแตกต่างที่โดดเด่น ดังนี้ 

เช็กลิสต์ความต่าง กัญชง กัญชา สองพืชพี่น้องสกุล Cannabis และประโยชน์ใช้งาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมในเรื่องการปลูก สกัด ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ แยกเป็น 2 ส่วน

  1. ปลูกเพื่อสุขภาพใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องมีการจดแจ้ง ผ่านแอปฯ "ปลูกกัญ"
  2. การปลูกเพื่อ สกัด-แปรรูป ต้องได้รับอนุญาต จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 

ประโยชน์ของกัญชง 

  • ใช้ในอุตสาหกรรมด้านสิ่งทอ มีความแข็งแรงและนุ่มกว่าผ้าฝ้าย
  • ส่วนของเส้นใยมีลักษณะคล้ายไม้ สามารถผลิตใช้ทดแทนเป็นกระดาษป่าน ทนทาน ในเวลาแปรรูปน้อยกว่า ไม่ต้องใช้สารเคมีเป็นพิษ 
  • ความแข็งแรงของเส้นใยสามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างหรือปูหลังคาได้ 
  • เมล็ดมีโอเมก้า 3 สูง สกัดมาปรุงในอาหาร ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด น้ำมันจากเมล็ดนำไปในใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือ รักษาโรคผิวหนังได้ดี โปรตีนจากเมล็ดสามารถทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ทดแทนแป้งจากถั่วเหลือง 

ประโยชน์ของกัญชา

  • มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร มีผลต่อ ความจำและความรู้สึก ทำให้ผ่อนคลายลดอาการคลื่นไส้
  • สารสกัดทำเป็นยาใช้ในทางการแพทย์

กราฟแสดงปริมาณสารเมาในสัดส่วนที่เป็นประโยชน์และเกิดผลลบ จาก อย.

 

จะเห็นได้ว่าคุณประโยชน์ของพืชสองพี่น้องตระกูล Cannabis นี้มีอยู่มากมายหลายประการ แต่ด้วยความที่กัญชา มีสารมึนเมา THC ในปริมาณที่สูงกว่ากัญชง การใช้งานจึงต้องเป็นผู้ที่เข้าใจวิธีการสกัดนำมาประกอบอาหารหรือใส่ในผลิตภัณฑ์ ที่ควรอยู่ภายในการกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญ หรือ แจ้งเตือนประชาชน สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้จะได้หลีกเลี่ยง เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายกับร่างกาย โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีหรือสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้งานถ้าไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งทางการแพทย์


ที่มา

1 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ