svasdssvasds

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ ประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตสาทร ประกาศสงครามกับ PM 2.5

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ ประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตสาทร ประกาศสงครามกับ PM 2.5

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี (มาดามเดียร์) ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพ มหานคร และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ลงพื้นที่หาเสียงที่สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว เขตสาทร

นอกจากนี้ยังมี  น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตปทุมวัน-บางรัก-สาทร และทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่สมาคมแต้จิ๋ว โดย น.ส.อรอนงค์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการมาพบกับประชาชนที่มาออกกำลังกายในช่วงเช้า ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยพื้นฐานของคนเขตสาทร ก็ยังรักยังชอบพรรคประชาธิปัตย์อยู่

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ ประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตสาทร ประกาศสงครามกับ PM 2.5

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น สวนสาธารณะแห่งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนที่ได้เปลี่ยนพื้นที่ส่วนบุคคลมาเป็นพื้นที่สาธารณะและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันปัญหาของกรุงเทพฯ ในเรื่องของความแออัดของเมือง โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่สีเขียว ที่ทุกวันนี้มีค่าที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก คือต่ำกว่า 9 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งค่าเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 6.1 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น

แต่ประชากรในกรุงเทพฯไม่ได้มีเพียงแค่คนกรุงเทพยังมีประชากรที่มาจากจังหวัดอื่นหรือประชากรแฝงด้วย ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานโลกมากๆ  นอกจากนี้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ได้ลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการคงสภาพแวดล้อม การคงระบบนิเวศ และยังช่วยลดอุณหภูมิโลก เป็นมาตรการสิ่งแวดล้อมในองค์รวมด้วย

เนื้อหาที่น่าสนใจ : 

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ ประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตสาทร ประกาศสงครามกับ PM 2.5

ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าว ถึงนโยบายที่เกี่ยวโยงกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า ทีม ส.ส กทม. พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจน ประกาศสงครามกับ PM 2.5 เพราะวันนี้อากาศของคนกรุงเทพฯหายใจไม่ได้แล้วจริงๆ เราปล่อยมาถึงวันนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นนโยบายของประชาธิปัตย์จะผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ออกให้เร็วที่สุด และจะกำหนดพื้นที่โซนมลพิษต่ำ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีทั้งโรงเรียนโรงพยาบาล มีจุดเปราะบางต่างๆ รวมทั้งมีการอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ซึ่งตรงนี้ต้องได้พลังจากพี่น้องประชาชนร่วมกันสนับสนุน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกเขตทุกคน การันตีว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานครรวมทั้งระดับประเทศ ในเรื่องการปกป้อง ทุกคนในเรื่องปัญหาของฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดรถควันดำ ให้คุณกับผู้ประกอบการที่ช่วยกันควบคุมฝุ่น ในการช่วยลดหย่อนภาษี ให้โทษกับคนที่ไม่รับผิดชอบ และจะย้ายโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมให้หมด ไม่เช่นนั้นแล้วกรุงเทพฯจะแย่ลง นี้เป็นนโยบายหัวหอกของพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการลงพื้นที่หลังจากนี้รวมถึงเวทีปราศรัยในพื้นที่ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากเปิดตัวส.ส.ครบทั้ง 33 เขตแล้วนั้น น.ส.วทันยา (มาดามเดียร์) กล่าวว่าในพื้นที่ กทม.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่อยู่คู่กับคน กทม. มาอย่างยาวนานที่สุด พื้นที่กทม.ก็เป็นพื้นที่เป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคจะมีทั้งการปราศรัยใหญ่และการปราศรัยย่อยในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายองอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปราศรัยใหญ่จะเกิดขึ้นหลังมีการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว1ครั้ง และจะมีการปราศรัยฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และครั้งสุดท้ายจะเป็นช่วงวันศุกร์ก่อนวันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครการปราศรัยใหญ่จะมีอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเพิ่มจุดปราศรัยหรือไม่ แต่การปราศรัยย่อยก็จะมีอยู่ทั่วๆไป ในแต่ละเขตเลือกตั้งอยู่แล้ว

สำหรับเรื่องการแบ่งเขตที่มีความล่าช้าอีกทั้งเบอร์ของพรรคและผู้สมัครจะไม่ตรงกันมีความกังวลหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า เมื่อกฎหมายกำหนดอย่างไรเราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม คงไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ส่วนเขตเลือกตั้งก็ต้องรอ กกต.ที่จะประกาศอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเมื่อประกาศเขตออกมาแล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีการทำพื้นที่ทั่วทุกเขตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขตจะปรับอย่างไรเราก็พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง