พบ ‘ไดโนเสาร์กินเนื้อ’ ชนิดใหม่ในยุโรป ขนาดตัวเท่าเสือโคร่ง

พบ ‘ไดโนเสาร์กินเนื้อ’ ชนิดใหม่ในยุโรป ขนาดตัวเท่าเสือโคร่ง

พบ Invictibellatrix amberina ไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีชีวิตเมื่อ 120 ล้านปีก่อนบนเกาะไอล์ออฟไวต์ของอังกฤษ คาดเป็นสมาชิกกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดแรกที่พบในยุโรป

SHORT CUT

  • นักวิทยาศาสตร์ค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ชื่อ ‘Invictibellatrix amberina’ บนเกาะไอล์ออฟไวต์ของอังกฤษ ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กลุ่มเมกะแรปตอรันชนิดแรกที่พบในทวีปยุโรป
  • ไดโนเสาร์ชนิดนี้มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 120 ล้านปีก่อน มีขนาดตัวใกล้เคียงกับเสือโคร่งขนาดใหญ่ และมีลักษณะเด่นคือแขนขนาดใหญ่มีกล้ามเนื้อ ซึ่งตรงข้ามกับทีเร็กซ์
  • การค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่าไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มนี้อาจมีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางในทวีปยูเรเชีย และอาจใช้นยุโรปเป็นเส้นทางอพยพ

พบ Invictibellatrix amberina ไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีชีวิตเมื่อ 120 ล้านปีก่อนบนเกาะไอล์ออฟไวต์ของอังกฤษ คาดเป็นสมาชิกกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดแรกที่พบในยุโรป

เมื่อราว 120 ล้านปีก่อน เคยมีนักล่ายุคโบราณชนิดหนึ่งที่เคยออกล่าเหยื่อบนพื้นที่ราบน้ำท่วมถึง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเกาะไอล์ออฟไวต์ (Isle of Wight) ทางตอนใต้ของอังกฤษ

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยการค้นพบและตั้งชื่อไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่นี้ว่า ‘Invictibellatrix amberina’ ซึ่งคาดว่าเป็นสมาชิกกลุ่มเมกะแรปตอรัน (Megaraptorans) ชนิดแรกที่ได้รับการค้นพบในทวีปยุโรป

ไดโนเสาร์กลุ่มนี้แตกต่างจากไดโนเสาร์กินเนื้อ 2 ขาในกลุ่มเทโรพอด (Theropoda) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี อย่าง ทีเร็กซ์ (T. rex) โดยมีส่วนหัวที่ยาวและเรียวกว่า พร้อมแขนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ จึงมีลักษณะตรงกันข้ามกับภาพจำของทีเร็กซ์ที่มีแขนสั้น

แม้กลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อในยุคหลังจะวิวัฒนาการจนมีขนาดใหญ่โต แต่ Invictibellatrix amberina ถือว่ามีขนาดตัวไม่ใหญ่นัก โดยมีขนาดใกล้เคียงกับเสือโคร่งขนาดใหญ่เท่านั้น

The Trustees of the Natural History Museum, London

ดร.แคสเซียส มอร์ริสัน (Dr. Cassius Morrison) นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ระบุว่า ไดโนเสาร์ชนิดนี้น่าจะล่าสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กหลากหลายชนิดเป็นอาหาร เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กิ้งก่า จระเข้ และไดโนเสาร์ชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะลูกไดโนเสาร์หรือไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ไดโนเสาร์ชนิดนี้มีกรงเล็บยาวและขนาดตัวปานกลาง โดยอาศัยอยู่ท่ามกลางไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดอื่น พร้อมเสริมว่า สภาพแวดล้อมในยุคนั้นมีลักษณะคล้ายภูมิอากาศแถบเมดิเตอร์เรเนียนในปัจจุบัน พื้นที่ราบน้ำท่วมถึงเผชิญไฟป่าตามฤดูกาล และเป็นถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์คอยาวขนาดใหญ่ อย่าง ไททันโนซอรัส และไดโนเสาร์หุ้มเกราะที่มีลักษณะคล้ายแองคิโลซอรัส (Ankylosaurus)
เบาะแสใหม่ พลิกความเข้าใจวิวัฒนาการไดโนเสาร์

ผลการค้นพบครั้งนี้ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Royal Society Open Science ถือว่ามีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากระจายพันธุ์อยู่ในดินแดนของมหาทวีปกอนด์วานา (Gondwana) เป็นหลัก ก่อนที่มหาทวีปดังกล่าวจะแยกออกเป็นทวีปต่าง ๆ ได้แก่ อเมริกาใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา ในเวลาต่อมา

หลักฐานฟอสซิลที่ค้นพบก่อนหน้านี้ชี้ว่า กลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อมีความหลากหลายมากที่สุดในบริเวณที่ปัจจุบัน คือ แคว้นปาตาโกเนียของอเมริกาใต้ และเคยเป็นนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียมาก่อน

อย่างไรก็ตาม การค้นพบฟอสซิลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคใกล้เคียงทำให้แนวคิดดังกล่าวถูกตั้งคำถาม ยกตัวอย่างเช่น ฟุกุอิแรปเตอร์ (Fukuiraptor) ไดโนเสาร์ที่พบในญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อยุคแรก ๆ อาจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสายพันธุ์ที่พบในออสเตรเลีย

หลักฐานใหม่จากยุโรปจึงช่วยสนับสนุนแนวคิดว่า กลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้ออาจมีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางทั่วทวีปยูเรเชียมากกว่าที่เคยเข้าใจ และมีความเป็นไปได้ว่าไดโนเสาร์กินเนื้อเหล่านี้วิวัฒนาการขึ้นในเอเชียช่วงต้นยุคครีเทเชียส ก่อนอพยพผ่านยุโรปลงสู่กอนด์วานา ซึ่งเป็นบริเวณที่กลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อวิวัฒนาการแยกสายพันธุ์อย่างหลากหลาย

ชาร์ลี เชอเรอร์ (Charlie Scherer) นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) ระบุว่า ไดโนเสาร์ชนิดใหม่นี้เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าไดโนเสาร์กินเนื้อเคยอาศัยอยู่ในยุโรป และอาจใช้เส้นทางผ่านยุโรปเพื่อเข้าสู่กอนด์วานา แทนการเคลื่อนย้ายจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งทางตอนใต้ที่อยู่ไกลออกไป

ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ไดโนเสาร์กินเนื้อดูเหมือนจะสูญพันธุ์ไปจากลอเรเซีย (Laurasia) ซึ่งเป็นดินแดนทางตอนเหนือของโลกในอดีต ขณะที่สายพันธุ์ในอเมริกาใต้กลับวิวัฒนาการจนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ไมป์ แมโครโธแรกซ์ (Maip macrothorax) จากอาร์เจนตินา ซึ่งมีกรงเล็บยาวถึง 35 เซนติเมตร และคาดว่ามีน้ำหนักใกล้เคียงกับช้างโตเต็มวัย

The Trustees of the Natural History Museum, London

ฟอสซิลเก่าเกือบ 100 ปีสู่การค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่

ฟอสซิลที่ใช้ในการอธิบายลักษณะของ Invictibellatrix amberina ได้รับการค้นพบครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1920 โดยเรจินัลด์ วอลเตอร์ ทูลีย์ (Reginald Walter Tooley) นักบรรพชีวินวิทยาสมัครเล่น ซึ่งหลังจากนั้น ชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะบางส่วนถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอนเป็นเวลานานถึง 100 ปี

แม้จะเป็นเพียงชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ แต่ฟอสซิลส่วนกล่องสมองก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมนักวิจัยมั่นใจได้ว่า เป็นของไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อน เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะตัวหลายประการ เช่น รูปทรงของหงอนและโครงสร้างของโพรงบริเวณด้านหลังกะโหลกศีรษะ
ชื่อ Invictibellatrix amberina มาจากภาษาละติน โดย Invictus หมายถึง ผู้ไม่พ่ายแพ้ และ Bellatrix หมายถึง นักรบหญิง ส่วน Amberina อ้างอิงถึงอำพันที่พบในชั้นหินเดียวกัน ชื่อดังกล่าวยังใช้รูปคำเพศหญิงตามหลักภาษาละติน

‘มอร์ริสัน’ อธิบายว่า ชื่อนี้สะท้อนถึงไดโนเสาร์กินเนื้อที่เริ่มต้นจากการเป็นไดโนเสาร์ขนาดเล็ก ก่อนวิวัฒนาการขึ้นเป็นนักล่าระดับสูงสุดในอเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา ขณะที่ไทแรนโนซอร์ครองตำแหน่งนักล่าชั้นนำในอเมริกาเหนือและเอเชีย

นอกจากนี้ยังระบุว่า ชื่อนี้มีเจตนาส่งต่อความหวังและกำลังใจให้แก่ผู้ที่เผชิญการกลั่นแกล้ง การเลือกปฏิบัติ และการกดขี่ เพื่อให้ยืนหยัดต่อไปแม้ต้องเผชิญอุปสรรค

ทั้งนี้ เกาะไอล์ออฟไวต์ถือเป็นหนึ่งในแหล่งค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจยังมีไดโนเสาร์ชนิดใหม่รอการค้นพบอีกมาก รวมถึงฟอสซิลที่ถูกเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก