svasdssvasds

จับตา! 'เอลนีโญ' ถล่มไทยครึ่งปีหลัง’69 ทำต้นทุนสินค้าเกษตรพุ่ง

จับตา! 'เอลนีโญ' ถล่มไทยครึ่งปีหลัง’69 ทำต้นทุนสินค้าเกษตรพุ่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ สภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนจากปรากฏการณ์ลานีญาเข้าสู่ช่วงที่เป็นกลาง และอาจมีความเสี่ยงเป็นเอลนีโญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะกดดันผลผลิตทางการเกษตร กาแฟอาจแพงขึ้น!

SHORT CUT

  • จับตาปี 2569 อาจเป็นอีกปีที่ไทยต้องรับมือกับ “เอลนีโญ” และความผันผวนของสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้มาก
  • โลกกำลังเผชิญปรากฏการณ์ โลกรวน อย่างต่อเนื่องอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ภัยแล้งสลับน้ำหลาก all in one season
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ ปัจจัยเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนจากปรากฏการณ์ลานีญาเข้าสู่ช่วงที่เป็นกลาง และอาจมีความเสี่ยงเป็นเอลนีโญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะกดดันผลผลิตทางการเกษตร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ สภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนจากปรากฏการณ์ลานีญาเข้าสู่ช่วงที่เป็นกลาง และอาจมีความเสี่ยงเป็นเอลนีโญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะกดดันผลผลิตทางการเกษตร กาแฟอาจแพงขึ้น!

ปี 2569 อาจเป็นอีกปีที่ไทยต้องรับมือกับ “เอลนีโญ” และความผันผวนของสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้มากขึ้น โลกกำลังเผชิญปรากฏการณ์ โลกรวน อย่างต่อเนื่องอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ภัยแล้งสลับน้ำหลาก—all in one season—จนหลายพื้นที่เริ่มตั้งคำถามว่าเรากำลังอยู่ในภาวะปกติใหม่หรือไม่

สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้ไกลตัวอีกต่อไป ทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พลังงาน และคุณภาพชีวิตประจำวัน ล้วนมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรง หากเอลนีโญกลับมารุนแรงขึ้นในปีหน้า การวางแผนรับมือเชิงรุกจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของทั้งภาครัฐและประชาชน ดังนั้นปี 2569 จึงอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่าไทยพร้อมแค่ไหนในการอยู่ร่วมกับภูมิอากาศใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เรื่องนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกมาให้ข้อมูลว่า ช่วงต้นปี2569 ปรากฏการณ์ลานีญาจะเข้าสู่ช่วงระดับปานกลาง และกลางปี2569 ไทยอาจเสี่ยงเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญอีกครั้ง และจะกระทบต่อภาคการเกษตร และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหาร และที่สำคัญจะทำให้ต้นทุนธุรกิจบางธุรกิจยังสูง หรืออาจเพิ่มขึ้น อย่างเช่น กาแฟ และทองแดง เป็นต้น

สำหรับภาพรวมของธุรกิจในปี2569 ผู้ประกอบการไทยจะต้องเผชิญกับปีที่ยากลำบากและเหนื่อยต่อเนื่องในปีหน้า เนื่องจากโจทย์ด้านการสร้างรายได้สุทธิที่ยากขึ้น ประกอบกับต้นทุนที่ยังคงค้างอยู่หลายตัวและบางส่วนปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจจึงต้องเร่งขับเคลื่อนเรื่องผลิตภาพ (Productivity) สภาพคล่อง และการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์สำคัญ เช่น สุขภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยี เพื่อความแตกต่างและดึงดูดลูกค้า

จับตา! 'เอลนีโญ' ถล่มไทยครึ่งปีหลัง’69 ทำต้นทุนสินค้าเกษตรพุ่ง

ในส่วนของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปีหน้าฝั่งอุปทาน (Supply side) พบว่า แรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากภาคบริการ ในขณะที่ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมต่อ Nominal GDP อาจลดลงเหลือเพียงประมาณ 23% เท่านั้น การผลิตอุตสาหกรรมในสินค้าส่วนใหญ่ในปีหน้าคาดว่าจะยังคงหดตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คำสั่งซื้อหรือความต้องการทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวลง รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันที่สูงกับสินค้าจากต่างประเทศ โดยคาดว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะ ติดลบเป็นปีที่ 4 ด้วยอัตราที่ลึกขึ้นที่ -1.8% เนื่องจากได้รับผลกระทบเต็มปีจากมาตรการภาษี

นอกจากนี้ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าหลักๆ มาจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่สินค้าอุปโภคบริโภค แต่ยังรวมถึง สินค้าทุนและวัตถุดิบ ด้วย การพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปเช่นนี้ถือเป็นประเด็นด้านความมั่นคง และเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่กดดันการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลดลงของการผลิตกระทบต่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่ประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องมีการปรับโครงสร้างในระยะกลางและยาว

อย่างไรก็ตามสินค้าที่อาจจะ แย่น้อยกว่าภาพรวม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม (ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น) และรถยนต์ โดยการผลิตรถยนต์อาจมีสถานการณ์ที่ดีกว่าภาพรวมเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการต้องผลิตเพื่อชดเชยภายใต้มาตรการสนับสนุน EV 3.0 และ 3.5 ส่วนภาคบริการโตชะลอตามกำลังซื้อในประเทศแม้ว่าภาคบริการจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่คาดว่าการเติบโตในปีหน้าจะ ชะลอลง ด้านการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะดีขึ้น แต่เป็นการดีขึ้นอย่างช้าๆ และยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดอยู่พอสมควร

ส่วนกำลังซื้อในประเทศโดยเฉพาะครัวเรือนฐานรากคาดว่าจะอ่อนแรง เนื่องจากรายได้เกษตรกรจะยังหดตัว โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนจากปรากฏการณ์ลานีญาเข้าสู่ช่วงที่เป็นกลาง และอาจมีความเสี่ยงเป็นเอลนีโญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะกดดันผลผลิตทางการเกษตร ภาพรวมภาคบริการ ด้าน เซกเตอร์บริการส่วนใหญ่ เช่น ค้าปลีก ก่อสร้าง ร้านอาหาร และโรงพยาบาลเอกชน คาดว่าอาจจะโตชะลอลง ยกเว้นเพียง ธุรกิจโรงแรม ที่อาจดีขึ้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยอดโอนที่อยู่อาศัยก็คาดว่าจะติดลบเป็นปีที่ 4 เช่นเดียวกัน

พร้อมกันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองอีกว่า แม้ว่าต้นทุนพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมัน อาจไม่เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจยังคงต้องเผชิญกับโจทย์ของต้นทุนด้านอื่น ๆ ที่ยังสูง และอาจสูงขึ้นอีก แต่ที่สำคัญต้นทุนวัตถุดิบบางรายการยังสูง เช่น กาแฟ และทองแดง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ ความต้องการทองแดงที่สูงขึ้นจากปัญหาคอขวดของซัพพลาย ทำให้ราคาวัตถุดิบนี้ยังสูง โดยต้นทุนวัตถุดิบมีสัดส่วนสูงถึง 50-70% ในหลายอุตสาหกรรม

ด้านต้นทุนค่าแรงมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และประชากรวัยแรงงานจะลดลงอย่างต่อเนื่องใน 5-10 ปีข้างหน้า การหาแรงงานทดแทนจากต่างประเทศก็มีต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน ส่วน ค่าเงินบาทยังคงผันผวนและอาจยังไม่เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจมากนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related