svasdssvasds

ปี2025 ขึ้นแท่น 'ร้อนสุด' อันดับ 2 ของประวัติศาสตร์เท่าที่เคยบันทึก

ปี2025 ขึ้นแท่น 'ร้อนสุด' อันดับ 2 ของประวัติศาสตร์เท่าที่เคยบันทึก

หน่วยงานเฝ้าระวังภาวะโลกร้อนของยุโรปเผยปี 2025 กำลังมุ่งหน้าสู่เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์ เทียบเท่ากับปี 2023 หลังจากปี 2024 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

SHORT CUT

  • หน่วยงานเฝ้าระวังภาวะโลกร้อนของยุโรปเผยปี 2025 กำลังมุ่งหน้าสู่เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์
  • ทั้งนี้หากเทียบกับเทียบเท่ากับปี 2023 หลังจากปี 2024 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
  • เตือนในเดือนตุลาคมว่า โลกจะไม่สามารถควบคุมภาวะโลกร้อนให้อยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

หน่วยงานเฝ้าระวังภาวะโลกร้อนของยุโรปเผยปี 2025 กำลังมุ่งหน้าสู่เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์ เทียบเท่ากับปี 2023 หลังจากปี 2024 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

ข้อมูลจากโครงการบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service - C3S) ยืนยันว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกกำลังจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ถือว่าปลอดภัยกว่าในข้อตกลงปารีส ปี 2015

รายงานอัปเดตรายเดือนของหน่วยงานดังกล่าว ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนของปี 2025 เพิ่มขึ้น 1.48 องศาเซลเซียส หรือในขณะนี้เทียบเท่ากับปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

ดร. ซาแมนธา เบอร์เจส (Samantha Burgess) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศของโคเปอร์นิคัส กล่าวในแถลงการณ์ว่า ค่าเฉลี่ย 3 ปี สำหรับช่วงปี 2023 – 2025 กำลังจะเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรก เป้าหมายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่สะท้อนให้เห็นถึงอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหนทางเดียวที่จะลดอุณหภูมิที่สูงขึ้นในอนาคตได้คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างรวดเร็ว

อันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนในเดือนตุลาคมว่า โลกจะไม่สามารถควบคุมภาวะโลกร้อนให้อยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ปี2025 ขึ้นแท่น 'ร้อนสุด' อันดับ 2 ของประวัติศาสตร์เท่าที่เคยบันทึก

ข้อมูลของโคเปอร์นิคัส ระบุว่า เดือนพฤศจิกายน ปี 2025 เป็นเดือนพฤศจิกายนที่ร้อนสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ อยู่ที่ 1.54 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และมีอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยถึง 14.02 องศาเซลเซียส

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นทีละน้อยดังกล่าวอาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าสิ่งนี้กำลังทำให้สภาพภูมิอากาศที่ไม่เสถียรอยู่แล้ว ยิ่งทำให้พายุ น้ำท่วม และภัยพิบัติอื่น ๆ ทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น

รายงาน ระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้มีเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วหลายอย่างเกิดขึ้น รวมถึง พายุหมุนเขตร้อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภัยพิบัติ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ฟิลิปปินส์เผชิญพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มติดต่อกันหลายลูกในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 260 คน ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่

อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสำหรับฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกเหนือ ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ก็สูงเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ รองจากปี 2023 และปี 2024

โครงการบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส  ระบุว่า อุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางตอนเหนือของแคนาดา เหนือมหาสมุทรอาร์กติก และทั่วทวีปแอนตาร์กติกา พร้อมเสริมว่า พบอุณหภูมิเย็นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซียด้วย

หน่วยงานดังกล่าวทำการวัดโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและการอ่านค่าสภาพอากาศหลายพันล้านครั้ง ทั้งบนบกและในทะเล ด้วยฐานข้อมูลที่สามารถย้อนหลังไปได้ถึงปี 1940

อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ที่ทำให้โลกร้อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมหาศาล นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

ประเทศต่าง ๆ เห็นชอบที่จะเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทางเลือกแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP28 ของสหประชาชาติ ณ นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2023 แต่ความคืบหน้าหยุดชะงักลงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ขณะที่การประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP30 ในเมืองเบลงของบราซิลที่ปิดฉากลงในเดือนพฤศจิกายน ด้วยข้อตกลงที่หลีกเลี่ยงการเรียกร้องอย่างชัดเจนครั้งใหม่ให้ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่าง น้ำมัน ก๊าซและถ่านหิน หลังจากถูกคัดค้านจากประเทศผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล

ที่มา: The Straits Times

https://www.straitstimes.com/world/2025-on-track-to-tie-second-hottest-year-on-record-eu-monitor?ref=search-results

Credit ภาพ: Reuters

related