svasdssvasds

Oxfam ชี้คนรวยสุด 1% ของโลกผลาญโควตาคาร์บอนปี 2026 หมดใน 10 วัน

Oxfam ชี้คนรวยสุด 1% ของโลกผลาญโควตาคาร์บอนปี 2026 หมดใน 10 วัน

ผลการศึกษาใหม่ของ Oxfam เผยคนรวยที่สุด 1% ของโลก ได้ใช้ส่วนแบ่งคาร์บอนที่เป็นธรรมหมดไปแล้ว ภายในเวลา 10 วันแรกของปี 2026

SHORT CUT

  • กลุ่มมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด 1% ของโลก ใช้โควตาการปล่อยคาร์บอนที่เป็นธรรมสำหรับปี 2026 หมดไปแล้วภายใน 10 วันแรกของปี
  • ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของคนรวยตกอยู่กับกลุ่มผู้มีส่วนก่อมลพิษน้อยที่สุด เช่น ประชากรในประเทศรายได้น้อยและกลุ่มชนพื้นเมือง
  • Oxfam เรียกร้องให้มีการเก็บภาษีความมั่งคั่งจากกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดและบริษัทที่ก่อมลพิษ เพื่อนำเงินทุนมาแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ผลการศึกษาใหม่ของ Oxfam เผยคนรวยที่สุด 1% ของโลก ได้ใช้ส่วนแบ่งคาร์บอนที่เป็นธรรมหมดไปแล้ว ภายในเวลา 10 วันแรกของปี 2026

ผลการวิจัยล่าสุดของ Oxfam องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานเพื่อบรรเทาความยากจนทั่วโลก พบว่า กลุ่มมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด 1% ของโลก ได้ใช้โควตาส่วนแบ่งคาร์บอนที่เป็นธรรมสำหรับปี 2026 จนหมดสิ้นไปแล้ว หลังจากผ่านปีใหม่มาได้เพียง 10 วันเท่านั้น

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุด 0.1% ใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันในการใช้โควตาการปล่อยคาร์บอนประจำปีจนหมด
องค์กรการกุศลแห่งนี้ ระบุด้วยว่า ผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากการปล่อยก๊าซเหล่านี้กลับตกอยู่กับผู้ที่มีส่วนในการก่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศน้อยที่สุด รวมถึง ผู้คนในประเทศรายได้น้อยที่อยู่แนวหน้าของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ กลุ่มชนพื้นเมือง ตลอดจน ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

ประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางมีความเสี่ยงสูงที่สุดจากผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วโลกอาจพุ่งสูงถึง 44 ล้านล้านปอนด์ (ราว 1,859 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2050
เรียกร้องมาตรการภาษีต่อความมั่งคั่งที่ก่อมลพิษ

Oxfam ชี้คนรวยสุด 1% ของโลกผลาญโควตาคาร์บอนปี 2026 หมดใน 10 วัน

Oxfam เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร เพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อความมั่งคั่งระดับสุดโต่งที่ก่อมลพิษต่อสภาพอากาศ โดยระบุว่า บุคคลและบริษัทที่ร่ำรวยที่สุดมีอำนาจและอิทธิพลอย่างไม่สมสัดส่วน พร้อมชี้ว่า กลุ่มคนรวยที่สุด 1% ของสหราชอาณาจักรเองยังปล่อยมลพิษคาร์บอนเกินโควตาภายใน 8 วัน มากกว่าที่กลุ่มคนจนที่สุด 50% ของประเทศใช้ตลอดทั้งปี

มหาเศรษฐีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการปล่อยคาร์บอนส่วนใหญ่เท่านั้น แต่คนรวยเหล่านี้ยังลงทุนในอุตสหกรรมที่ก่อมลพิษมากที่สุดด้วย โดยเฉลี่ยแล้ว มหาเศรษฐี 1 คนจะมีพอร์ตการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1.9 ล้านตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยมลพิษของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 400,000 คันต่อปี
เป้าหมายที่ทำได้ยาก

เพื่อให้โลกยังคงอยู่ในเกณฑ์การจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับยุคก่อนอุตสาหกรรม ตามข้อตกลงปารีส ปี 2015 บรรดาคนรวยที่สุด 1% ของประชากรโลกจำเป็นต้องลดการปล่อยคาร์บนของตนเองลง 97% ภายในปี 2030  

Oxfam ชี้คนรวยสุด 1% ของโลกผลาญโควตาคาร์บอนปี 2026 หมดใน 10 วัน

เบธ จอห์น (Beth John) ที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศของ Oxfam ประจำสหราชอาณาจักร ระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรควรมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ก่อมลพิษที่ร่ำรวยที่สุดเพื่อจำกัดความเสียหายจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า สหราชอาณาจักรพลาสโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการทำให้กลุ่มคนรวยที่สุดจ่ายส่วนแบ่งที่เป็นธรรมเพื่อแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่ยังสามารถทำอะไรได้อีกมาก พร้อมทิ้งท้ายว่า การจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรมจากผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ เช่น เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว รวมถึง บริษัทน้ำมันและก๊าซ คือ จุดเริ่มต้นที่ชัดเจนในการได้มาซึ่งเงินทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่เป็นธรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
 
ที่มา: The Guardian