
SHORT CUT
นักวิทยาศาสตร์ประกาศปรับเข็ม 'นาฬิกาวันสิ้นโลก' ให้เข้าใกล้เวลาเที่ยงคืน ซึ่งหมายถึงเวลาของโลกที่เข้าใกล้หายนะมากกว่าเดิม
เรากำลังเดินทางเข้าใกล้จุดจบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู (the Bulletin of the Atomic Scientists) ได้ปรับเข็ม 'นาฬิกาวันสิ้นโลก' ไปที่ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้หายนะที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดตัวนาฬิกาเรือนนี้เมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้ว
และเมื่อไหร่ที่เข็มนาฬิกาเดินไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน นั่นหมายถึงช่วงเวลาที่โลกใบนี้ 'ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป'
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของยุคนิวเคลียร์ เมื่อปี 1947 นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างนาฬิกาวันสิ้นโลกขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรากำลังเข้าใกล้การทำลายล้างโลกมากเพียงใด โดยยกให้เป็นนาฬิกาเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความใกล้ชิดของมนุษยชาติกับการทำลายล้างตนเอง และช่วงเวลาเที่ยงคืนนับเป็นจุดสิ้นสุดของโลก
อเล็กซานดรา เบลล์ ประธานและซีอีโอขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ชี้ว่า ปัจจุบันมนุษยชาติยังไม่ก้าวหน้าเพียงพอในการรับมือกับความเสี่ยงที่คุกคามการดำรงอยู่ของพวกเราทุกคน ทั้งความเสี่ยงจากอาวุธนิวเคลียร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)
นาฬิกาวันสิ้นโลกคือสิ่งที่เตือนให้เราตระหนักว่า 'ทุกวินาทีมีค่า และเวลาของเรากำลังจะหมดแล้ว'
เมื่อปีที่แล้ว องค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณูได้ตั้งเข็มนาฬิกาไว้ที่ 89 วินาทีถึงเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ใกล้จุดจบของโลกมากที่สุดในตอนนั้น หลังถูกขยับเข็มนาฬิกามาจากเดิมที่ 90 วินาทีก่อนถึงเที่ยงคืนในปี 2023 และ 2024
พวกเขายังเตือนด้วยว่า ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางไปสู่ความร่วมมือและการดำเนินการระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ตำหนิว่า แทนที่จะรับฟังคำเตือนนี้ ประเทศมหาอำนาจกลับยิ่งก้าวร้าว เป็นปรปักษ์ และชาตินิยมมากขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025 ด้วยปฏิบัติการทางทหารหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่สนธิสัญญาฉบับสุดท้ายที่ควบคุมคลังอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย กำลังจะหมดอายุในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งอาจกลายเป็นเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษที่จะไม่มีอะไรมาขัดขวางการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่ควบคุมไม่ได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ยังมีคำเตือนถึงอันตรายร้ายแรงจากวงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ที่กำลังพัฒนา 'สิ่งมีชีวิตเลียนแบบ' แม้จะมีคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ตาม เพราะโลกยังคงไม่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางชีวภาพที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงได้
คำเตือนนี้รวมไปถึงการเติบโตและการใช้งานเครื่องมือ AI อย่างรวดเร็วโดยขาดกฎระเบียบควบคุม ทำให้ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบอย่างมากต่อความพยายามในการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ อีกทั้งยังทำให้ภัยพิบัติอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นด้วย